โตโยต้าจับมือจุฬาฯส่ง Ha : mo บุกเบิกตลาดรถไฟฟ้าระบบ Car Sharing

6 ก.ย. 2560

                ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่ “รถไฟฟ้า”...

                ปัญหามลพิษที่เข้าขั้นวิกฤต การแก้ไขปัญหาจราจรมาถึงจุดตีบ บีบกระแสโลกให้ต้องไขว่คว้า “รถไฟฟ้า” มาเป็นฮีโร่...

                นาทีนี้ เทลสลาส่งมอบรถไฟฟ้าไปแล้วหลายพันคัน จีเอ็มเปิดตัวรถไฟฟ้าลูกครึ่งในจีนไปแล้ว ฟอร์ดก็เพิ่งเซ็นสัญญาบุกตลาดรถไฟฟ้าในจีนไปหยกๆ ฯลฯ

                ถ้าเปรียบเปรยเป็นการต้มน้ำ ตลาดรถพลังงานไฟฟ้าเวลานี้ก็เริ่มมีฟองอากาศผุดขึ้นจากก้นหม้อ ค่อยๆทยอยพุ่งสู่เบื้องบน ฟองอากาศค่อยๆใหญ่ขึ้นทุกที รอแค่วันอุณหภูมิเดือดทะลักปรอทแตกเท่านั้น...

“โตโยต้า” ค่ายรถยักษ์ใหญ่แดนซามูไรก็ไม่ได้นิ่งเฉย มีการวิจัยและพัฒนารถไฟฟ้ามาตลอด ว่ากันว่า “แบตเตอรี่” คือทีเด็ดที่โตโยต้าเก็บไว้ใช้น็อคคู่ต่อสู้ จึงดูไม่รีบร้อนกับการบุกตลาดตอนนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ยังไม่เห็นต้องรีบอะไร เพราะองค์ประกอบที่สำคัญอย่างสถานีชาร์จไฟยังมีไม่กี่จุด ยังเป็นจุดสลบที่ทำให้ตลาดรถไฟฟ้าทั่วโลกไปไม่ถึงไหน

                แต่โตโยต้าก็นิ่งพอที่จะรอ และเลือกบุกเบิกตลาดรถไฟฟ้าแบบซอฟท์ๆ ไม่ฮาร์ดเซล ด้วยการส่งรถไฟฟ้ารุ่น Ha : mo นำร่องในตลาดรถไฟฟ้าระบบ Car Sharing เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการใช้รถไฟฟ้าให้กับผู้คน มีใช้กันไปแล้วทั้งที่ญี่ปุ่นเองและฝรั่งเศส

ล่าสุดโตโยต้าจับมือจุฬาฯส่ง Ha : mo ทดลองใช้ภายในจุฬาฯ ภายใต้ชื่อโครงการว่า “CU TOYOTA Ha:mo” ในโอกาสครบรอบ 100 ปีการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และครบรอบ 55 ปีของการก่อตั้งบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยจะมีการทดลองวิ่งระยะสั้นๆ ภายในพื้นที่โดยรอบของจุฬาฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562

                ระบบการเดินทางแบบ Ha:mo ของโตโยต้าถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น (มีให้บริการในโตโยต้าซิตี้ โตเกียว โอกายาม่า และโอกินาว่า) และที่ประเทศฝรั่งเศส (ในเมืองเกรโนเบิล) เป็นระบบขนส่งที่ใช้รถไฟฟ้าขนาดเล็ก (Ultra-compact Electrical Vehicle) เพื่อแก้ปัญหาด้านการจราจรและมลพิษจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง

                คอนเส็ปท์ของ Ha:mo คือการใช้รถไฟฟ้าขนาดเล็กร่วมกัน สำหรับการเดินทางระยะสั้นๆในเมือง เมื่อขับรถไปถึงที่หมายแล้ว ผู้ใช้สามารถจอดรถทิ้งไว้ได้เลย

ในช่วงเริ่มต้นโครงการ “CU TOYOTA Ha:mo” จะมีรถให้บริการ 10 คัน และจะมีเพิ่มอีก 20 คันในกลางปี 2561 มีสถานีจอดรถ 12 สถานี กระจายครอบคลุมทั้งพื้นที่ พร้อมทั้งติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า 10 สถานี ผู้ใช้บริการสามารถใช้ฮาโมเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าทั้ง BTS , MRT และรถโดยสารประจำทางได้

กลุ่มเป้าหมายในการให้บริการคือ นิสิต อาจารย์ บุคลากร และประชาชนทั่วไป โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครเป็นสมาชิกของโครงการผ่านระบบออนไลน์หรือสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานโครงการที่ตั้งอยู่ในจุฬาฯ คิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 30 บาทต่อครั้ง สามารถใช้รถได้ 20 นาที

                หลังจากทดลองที่จุฬาฯแล้วจะมีการทบทวนและสรุปผล เพื่อเข้าสู่ระยะที่สองในรูปแบบทางธุรกิจเต็มตัว โดยจะเปิดให้ผู้ที่มีความสนใจเข้าร่วมลงทุน เพื่อขยายการให้บริการออกไป

                ใครสนใจจะทดลองขับต้องอดใจรอกันสักแป๊บนึง