ดีเดย์โครงการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเป็นตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า 100 คัน ฟรี 10 คันแรก เผยประหยัดกว่าแอลพีจี 7 เปอร์เซ็นต์

4 ต.ค. 2560

ก.พลังงาน เดินหน้าแผนการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถสาธารณะ ตามแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) เปิดโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าที่ใช้น้ำมันและก๊าซแอลพีจี นำร่อง 100 คันแรก ในปี 2561 และทยอยเปลี่ยนให้ครบ 22,000 คันทั่วประเทศภายใน 5 ปี เผยใช้ไฟฟ้าประหยัดกว่าแอลพีจี 7 เปอร์เซนต์

                พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) มีเป้าหมายลดความเข้มการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 ในปี 2579 เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยในส่วนของการลดใช้น้ำมันในภาคขนส่ง ซึ่งเป็นภาคที่มีการใช้พลังงานสูงสุด กระทรวงพลังงานได้มีมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคันในปี 2579 โดยแผนการขับเคลื่อนภารกิจด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า แบ่งการดำเนินงานเป็น 4 ระยะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 1 (ปี 2559 ถึง 2560) มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งด้านกฎหมาย การสนับสนุนการวิจัยเรื่องแบตเตอรี่ การเตรียมความพร้อมด้านสถานี Charging Station และสนับสนุนการนำร่องยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถสาธารณะ อาทิ  รถขนส่งมวลชน ขสมก. และโครงการเปลี่ยนรถรถตุ๊กตุ๊ก ให้เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (eTukTuk)  100 คัน

 

               โครงการรถตุ๊กตุ๊ก ไฟฟ้าร้อยคันแรกถ้าทำได้ ก็จะเป็นโครงการนำร่อง หรือต้นแบบให้รถตุ๊กตุ๊ก อีกสองหมื่นคันในประเทศไทย ได้เห็นความคุ้มค่า คือคนที่เป็นเจ้าของรถตุ๊กตุ๊ก ต้องได้ความคุ้มค่าด้วย ไม่ใช่เปลี่ยนแล้วแพง แต่ว่าปล่อยมลพิษน้อย ถ้าเจ้าของรถตุ๊กตุ๊ก เปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าจะประหยัดพลังงาน เติมน้ำมัน หรือใช้แอลพีจีน้อยลง ประหยัดได้ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ารถตุ๊กตุ๊ก ไฟฟ้าต้นทุนอาจจะสูงกว่า เพราะแบตเตอรี่มีราคาแพง แต่เมื่อนำมาหักกลบลบกันดูแล้ว ถ้าใช้รถตุ๊กตุ๊ก ไฟฟ้าจะประหยัดกว่ารถตุ๊กตุ๊ก น้ำมันหรือแก๊สแอลพีจี 7 เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นตัวเลขที่อาจจะยังไม่มากนัก แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ ถ้าเมื่อไหร่ แบตเตอรี่ราคาถูกลง ตัวเลขความประหยัดจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เปอร์เซ็นต์

                ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถตุ๊กตุ๊ก รอบนี้ตัวเลขอาจจะแพงหน่อย แต่ถ้าใช้ไปอีกห้าปีเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ รอบหน้าราคาแบตเตอรี่อาจจะลดลงไปต่ำกว่าครึ่ง ก็จะเกิดความคุ้มทุนในรอบหน้า รอบนี้อาจจะใกล้เคียงกับทุนเก่า แต่สิ่งที่ได้รับคือการปล่อยมลพิษต่ำลง สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเสียงรถตุ๊กตุ๊ก จะเงียบ ไม่ดังตุ๊กๆ อาจจะใช้เทคโนโลยีไอโฟนเปิดเสียงตุ๊กๆ ให้ผู้โดยสารที่นั่งได้มีความรู้สึกว่านั่งรถตุ๊กตุ๊ก อันนี้เป็นการพูดกันเล่นๆ  ว่าทำยังไงให้มีเสียงตุ๊กๆ อันนี้ก็แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละคน  สิ่งที่ทุกคนก็จะได้ประโยชน์ คือได้ลดการปล่อยมลพิษ และประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 7 เปอร์เซ็นต์ในรอบแรก ระยะยาวก็จะประหยัดได้มากขึ้น ถ้าแบตเตอรี่ถูกลง

                “หลายคนอาจจะกังวลเรื่องซ่อม  เดิมอาจจะซ่อมเองได้ สามารถเปลี่ยนน็อต เปลี่ยนพาร์ทบางส่วนได้ ต่อไปถ้าเป็นรถไฟฟ้า ชิ้นส่วนจะน้อยลง การซ่อมน่าจะไม่ยุ่งยาก  เราจะมีการจัดสัมมนาต่อไปว่าการดูแลรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าเป็นอย่างไร ให้ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัท หรือที่เป็นเจ้าของส่วนตัวได้มีความมั่นใจในระยะยาว ว่าในเรื่องของการดูแลรักษาจะมีความมั่นใจอย่างไร รถตุ๊กตุ๊ก ไฟฟ้า ฝนตกน้ำท่วม ลุยจะเป็นอย่างไร คงจะมีการคุยกันต่อไป หลังจากเปิดโครงการนี้แล้ว สิบคันแรก เป็นโปรโมชั่น เราอุดหนุนร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกเก้าสิบคันต่อไป เราอุดหนุน 85 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีคนสนใจเข้าร่วมโครงการเยอะต้องตัดสินให้เป็นธรรม ให้สามารถชี้แจงได้ว่าถ้ามีคนสมัครเกินสิบคันตัดสินกันอย่างไร ต้องมีมาตรฐานที่ดี ต้องดูแลให้เรียบร้อย”

 

                ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในการดำเนินงาน “โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า” โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าที่ใช้น้ำมันและก๊าซแอลพีจี ให้เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ภายใน 5 ปี เพื่อลดการใช้น้ำมันและลดการปล่อยมลพิษ โดยจะนำร่อง 100 คันแรกภายในปี 2561 และจะทยอยเปลี่ยนให้ครบ 22,000 คันทั่วประเทศภายใน 5 ปี

                การดำเนินโครงการนำร่องเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า 100 คันแรกแบ่งเป็น 2 ระยะคือระยะที่ 1 ระยะสาธิตเทคโนโลยี สนับสนุนกลุ่มรถตุ๊กตุ๊กประเภทรับจ้างจำนวน 10 คัน ผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องมีคุณสมบัติผ่านข้อกำหนดของโครงการฯ และจะได้รับการสนับสนุนในอัตราสูงสุด แต่ไม่เกินราคากลางของโครงการตามสเปกรถ สูงสุด 350,000 บาทต่อคัน ปัจจุบันได้ผู้เข้าร่วมโครงการครบ 10 คันแล้ว สำหรับระยะที่ 2 ระยะทดลองตลาด สนับสนุนผู้สนใจ ทั้งกลุ่มประเภทรถรับจ้างและประเภทส่วนบุคคล อาทิ รถที่ให้บริการในโรงแรมและคอนโดมีเนียม จำนวน 90 คัน โดยให้การสนับสนุนร้อยละ 85 แต่ไม่เกินราคากลางตามสเปกรถ สูงสุดประมาณ 300,000 บาทต่อคัน

                กระทรวงพลังงาน ตั้งเป้าว่าการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าครบ 100 คัน จะเกิดผลประหยัดพลังงานรวม 0.1 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) และเมื่อรวมจนถึงสิ้นแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) ในปี 2579 จะประหยัดพลังงานได้ถึง 1.75 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) และหากเปลี่ยนเป็นรถตุ๊กตุ๊กเก่า 22,000 คัน เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าทั้งหมด จะช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 20 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) ต่อ ปี  และที่สำคัญยังช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และช่วยผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศอีกด้วย

 

               โดยผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (eTukTuk) กลุ่มวิจัยเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน EnConLab มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โทรศัพท์ 0 2470 9604 ถึง 8 ต่อ 1408