เปิด 32 โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเก็บกักพลังงาน “Energy Storage System”

11 ก.ย. 2560

เผย 32 โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเก็บกักพลังงาน “Energy Storage System : ESS” ที่ได้รับการสนับสนุนจากสวทช. รอบแรก  วงเงินรวมเกือบ 302 ล้าน ระบุเหลืองบอีกกว่า 400 ล้านบาท พร้อมให้การสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ESS ที่สอคล้องกับนโยบาย Energy 4.0 ของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีเสถียรภาพ และส่งเสริมการใช้รถพลังงานไฟฟ้า  “EV”

 

                กำลังเป็นที่สนใจกันอย่างกว้างขวางสำหรับโครงการเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS) หัวใจสำคัญของการพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีเสถียรภาพและมั่นคง ที่รัฐบาลมีมติอนุมัติงบประมาณสำหรับการวิจัยพัฒนาให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำไปบริหารจัดการจำนวน  765 ล้านบาท เมื่อปี 2559 นั้น ล่าสุด  ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยว่า มีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนรอบแรก 32 โครงการ ทั้งนี้ผลที่คาดว่าจะได้รับหลังจากทำการศึกษาและวิจัย ESS คือการสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับ ระบบบริหารจัดการพลังงานจากแหล่งพลังงาน ESS ในอาคาร และอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ระบบควบคุมแบตเตอรี่ในรถพลังงานไฟฟ้า “EV” ตลอดจนระบบควบคุมแบตเตอรี่และเทคโนโลยีประกอบแพ็คแบตเตอรี่ที่ใช้ในงานด้านยุทโธปกรณ์

สำหรับในส่วนของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทั้ง 32 โครงการนั้น “สวทช.” ได้มีการรายงานความคืบหน้าของโครงการรวมทั้งเปิดเผยรายชื่อโครงการ และหน่วยงานผู้วิจัยและพัฒนาโครงการฯ ที่ได้รับการสนับสนุนผ่านทางเว็บไซต์ www.thailandenergystorage.in.th ดังนี้

                1.โครงการสาธิตและการพัฒนาแพ็คแบตเตอรี่สาหรับการใช้งานด้านยุทโธปกรณ์  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 16,232,000 บาท

                2.โครงการต้นแบบกระเป๋าสะพายเก็บเกี่ยวพลังงานสำหรับการใช้งานด้านความมั่นคง ภัยพิบัติ และพื้นที่ห่างไกล  วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน  6,500,000 บาท

                3.โครงการระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีแบตเตอร์รี่กักเก็บพลังงานสาหรับภารกิจบรรเทาภัยนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 6,718,000 บาท

                4. โครงการสาธิตการใช้แบตเตอรี่ชนิดไหลแบบรีดอกซ์ในการเก็บพลังงานร่วมกับเซลล์แสงอาทิตย์ในการใช้งานในด้านยุทธวิธีและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 6,407,000 บาท

                5. โครงการพัฒนาระบบสะสมพลังงานจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อบริหารจัดการการใช้พลังงานของประเทศไทย มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 37,492,000 บาท

                6.โครงการการพัฒนาต้นแบบระบบเก็บสะสมความร้อนจากพลังงานทดแทนและความร้อนเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมร่วมกับระบบการอบแห้ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 36,665,000 บาท

7.โครงการสาธิตต้นแบบระบบกักเก็บพลังงานความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเกลือหลอมเหลวร่วมกับระบบหม้อต้มน้ำ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 3,109,000 บาท

                8.โครงการระบบควบคุมและจัดการระบบกักเก็บพลังงานไฮบริดแบบแบตเตอรี่/ตัวเก็บประจุยิ่งยวดสาหรับยานยนต์ไฟฟ้าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 3,299,000 บาท เป็นงบประมาณที่กองทุนฯ สนับสนุนไม่เกิน 2,699,000 บาท ภาคเอกชนร่วมสนับสนุน จำนวน 600,000 บาท

                9.โครงการระบบควบคุมการใช้แบตเตอรี่ในรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 8,429,000 บาท เป็นงบประมาณกองทุนฯ สนับสนุนไม่เกิน 4,799,000 บาท ภาคเอกชนร่วมสนับสนุน จานวน 3,630,000 บาท

                10.โครงการพัฒนาแบตเตอรี่จากระบบสารอินทรีย์ในรูปของของไหล  มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 14,233,000 บาท

11.โครงการการพัฒนาขั้วไฟฟ้าสาหรับตัวเก็บประจุยิ่งยวดประสิทธิภาพสูงจากวัตถุดิบภายในประเทศ  สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 7,959,000  บาท

12.โครงการการพัฒนาวัสดุอิเล็กโทรดพิมพ์ได้จากวัสดุไฮบริดระหว่างกราฟีนและคาร์บอนนาโนทิวป์ที่มีหมู่ฟังก์ชันสาหรับตัวเก็บประจุไฟฟ้าเคมียิ่งยวด บริษัท เฮเดล เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,277,000 เป็นงบประมาณกองทุนฯ สนับสนุนไม่เกิน 894,000 บาท  ภาคเอกชนร่วมสนับสนุน จำนวน 383,000 บาท

                13.โครงการการพัฒนาวัสดุที่มีค่าคงที่ไดอิเล็กตริกสูงจากยางธรรมชาตินาโนคอมโพสิทเพื่อประยุกต์ใช้ในการเก็บพลังงานไฟฟ้า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,416,000 บาท

                14.โครงการการพัฒนาแบตเตอรี่ตะกั่วกรดแบบ Deep cycle สำหรับภารกิจทางทหาร  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 2,597,000 บาท

                15.โครงการการผลิตและทดสอบประสิทธิภาพของลิเทียมไอออนแบตเตอรี่ โดยใช้แกรฟีนที่สังเคราะห์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นขั้วแอโนด และใช้ลิเทียมเหล็กฟอสเฟตเป็นขั้วแคโทด  มหาวิทยาลัยนเรศวร  ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 2,278,000 บาท

                16.โครงการพัฒนาศักยภาพการอัดประจุของตัวเก็บประจุยิ่งยวดด้วยเทคโนโลยีควอนตัม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 16,596,000 บาท

                17.โครงการการพัฒนาคาร์บอนรูพรุนที่มีพื้นที่ผิวสูงและมีโครงสร้างรูพรุนสามแบบจากพอลิเบนซอกซาซีนเพื่อประยุกต์ใช้เป็นตัวเก็บประจุยิ่งยวด  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,080,000 บาท

                18.โครงการการปรับปรุงสมบัติความต้านทานการกัดกร่อนของเหล็กสเตนเลสโดยการเคลือบผิวด้วย แกรฟีนและสารผสมแกรฟีนสาหรับประยุกต์ใช้เป็นแผ่นขั้วไฟฟ้าในเซลล์เชื้อเพลิง แบตเตอรี่และตัวเก็บประจุยิ่งยวด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,264,000 บาท

19.โครงการการเพิ่มความจุไฮโดรเจนจากระดับห้องปฏิบัติการเป็นระดับถังกักเก็บของระบบกักเก็บไฮโดรเจนประเภทของแข็งไฮไดร์ที่ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพโดยวัสดุคาร์บอน  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,610,000 บาท

                20.โครงการการพัฒนาวัสดุแอโนดความหนาแน่นพลังงานสูงจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อใช้ในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 5,977,000 บาท

                21.โครงการการพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานรีดอกซ์แบตเตอรี่ที่ใช้กรดไฮโดรคลอริกเป็นสารทำงานจากพลังงานไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 3,932,000 บาท

                22.โครงการต้นแบบเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่มีตัวประกอบกำลังใกล้เคียงหนึ่งและฮาร์มอนิกส์ต่าสาหรับรถยนต์ไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,045,000 บาท

                23.โครงการโรงไฟฟ้าต้นแบบจ่ายไฟด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีซุปเปอร์คาปาซิเตอร์เป็นตัวเก็บพลังงาน  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 746,000 บาท

                24.โครงการการศึกษาภาคสนามของระบบการจัดการแบตเตอรี่สาหรับยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยรถโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,637,000 บาท

                25.โครงการพัฒนาอุปกรณ์ตรวจสอบประสิทธิภาพและประเมินอายุการใช้งานแบตเตอรี่ โดยประยุกต์ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 340,000 บาท

26.โครงการศึกษาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าและการใช้ประโยชน์ในการจัดการระบบไฟฟ้าของประเทศไทย  มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 6,560,000 บาท

                27.โครงการจัดทายุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานของประเทศไทย ระยะ 20 ปี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 4,913,000 บาท

28. โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการดุลยภาพด้านพลังงานไฟฟ้าสาหรับประจุไฟฟ้าให้รถยนต์ไฟฟ้าหน่วยย่อย  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ  ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 16,232,000 บาท

                29. โครงการระบบจัดการแบตเตอรี่สาหรับรถบัส  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 17,330,000 บาท กองทุนฯ สนับสนุนไม่เกิน 15,680,000 บาท ภาคเอกชนร่วมสนับสนุน จำนวน 1,650,000 บาท

                30.โครงการพัฒนาแบตเตอรี่ลิเทียมซัลเฟอร์ประสิทธิภาพสูงด้วยขั้วไฟฟ้ากราฟีนสามมิติ  สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 22,701,000 บาท

                31. โครงการพัฒนาต้นแบบกระบวนการผลิตตัวเก็บประจุยิ่งยวดโครงสร้างนาโนคาร์บอนจากถ่านชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 43,376,000 บาท

                32.โครงการการปรับปรุงค่าความจุของแบตเตอรี่ด้วยเทคนิคการสมดุลประจุชนิดแอคทีฟ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 748,000 บาท

                ทั้งนี้ คุณเอมอร ชีพสุมล รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ว่าการดำเนินงานระยะที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 สวทช. เปิดรับข้อเสนอโครงการจัดกระบวนการพิจารณา และเสนอคณะทำงานกำกับงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Steering Committee) ได้มีการอนุมัติการสนับสนุนโครงการแล้ว รวม 32 โครงการ งบประมาณรวม 301,897,000 บาท เป็นงบประมาณจากกองทุนฯ 295,634,000 บาท และงบประมาณร่วมสนับสนุนจากภาคเอกชน 6,263,000 บาท ซึ่งยังมีงบประมาณคงเหลืออีก 400,320,000 บาท