“เบต้า เอ็นเนอร์จี” รุกตลาดเอนเนอร์จี สตอเรจ เต็มรูปแบบ เดินหน้าผลิตป้อนทั้งตลาดรถไฟฟ้า EV สมาร์ทโฮม และโซลาร์รูฟท็อป

28 มี.ค. 2561

               หลังจากทุ่มงบซื้อเทคโนโลยีผลิตเซลล์ลิเทียมไอออนแบตเตอรี่ชนิด NMC (นิเกิล แมงกานีส โคบอลต์) นวัตกรรมแหล่งกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (Energy Storage) จาก บริษัท New Resources Technology Pte. Ltd. ประเทศสิงคโปร์ เมื่อกลางเดือนมกราคม 2560 บริษัท เบต้าเอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท ทัสโก้ โฮลดิ้ง จำกัด บริษัทฯ ได้เดินหน้าลงทุนนับพันล้าน ก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ  โดยมีกำลังการผลิตเฟสแรก 220 กิโลวัตต์/ชั่วโมง ผลิตแบตเตอรี่ครบวงจรตั้งแต่เซลล์ลิเทียมแบตเตอรี่ เพื่อนำไปผลิตและประกอบเป็นแบตเตอรี่หลากหลายแบบ ทั้งในรูปแบบแบตเตอรี่ energy storage เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าหรือในรถยนต์ (EV) และในรูปแบบของสถานีชาร์จ

                เวลาผ่านไปปีกว่า โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม “NMC”ของ“เบต้า เอ็นเนอร์จี”  มีความคืบหน้าด้านการก่อสร้างประมาณ 70-80% แต่ด้วยทีมงานและศักยภาพที่พร้อมของบริษัทฯ ที่ต้องการแนะนำสินค้าออกสู่ตลาดให้ทันกับความต้องการใช้ในประเทศ จึงได้นำเข้าแบตเตอรี่จากประเทศสิงคโปร์มาในรูปแบบของแผ่นเซลล์ นำมา Activate ต่อแล้วทำการ Assembly ที่โรงงานเทพารักษ์ ล่าสุดได้มีผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้า BEV ให้ความสนใจหลายราย โดยมีรายหนึ่งมีความสนใจที่จะนำไปใช้ร่วมกับไลน์การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และกำลังอยู่ระหว่างการเจราจากัน ซึ่งทางบริษัทฯ มั่นใจว่ามีศักยภาพพร้อมที่จะผลิตแบตเตอรี่ป้อนให้กับโรงงานที่ลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไทยอยู่แล้ว

               ปัจจุบัน ถึงแม้ว่าโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูจะยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง  แต่ทาง “เบต้า เอ็นเนอร์จี” มีความพร้อมในการรุกตลาดเอนเนอร์จี สตอเรจ ทุกรูปแบบ โดย คุณภาณุวัฒน์ เพ็ชรใส วิศวกรโครงการ ได้กล่าวกับ “Intrend Energy” ว่า “ตอนนี้โรงงานเราได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ ถ้าหากมีความต้องการเข้ามามากจนสามารถผลิตแบตเตอรี่ได้เป็นวอลลุ่มมากๆ ราคาแบตเตอรี่ก็จะถูกลงตามไปด้วย ถ้าเทียบระหว่างแบตเตอรี่ลิเธียมนำเข้ากับแบตเตอรี่ของโรงงานที่เราผลิตได้ ในสเปคเดียวกัน “ลิเทียม NMC”  ที่เราผลิตย่อมมีราคาย่อมเยากว่าสินค้านำเข้าอยู่แล้ว ขณะเดียวกันในเรื่องการแมนเทอร์แนนท์  ทีมเซอร์วิสเรามีความพร้อมกว่าเพราะมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย

              “เรามีศูนย์บริการแบตเตอรี่ในประเทศ ส่วนของอีวีก็มีศูนย์บริการรถยนต์ EV ไม่ใช่เฉพาะรถเล็ก แต่รวมถึงศูนย์บริการรถ e shuttle bus ตอนนี้ศูนย์ฯของเรากำลังจะเริ่มให้บริการที่ ถ.ศรีนครินทร์ ระยะแรกยังไม่ได้เปิดเป็นศูนย์บริการอย่างเต็มรูปแบบ แต่เราเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว ส่วนโรงงานที่จะสร้างแบตเตอรี่ ตอนนี้เราใช้โรงงานที่เทพารักษ์ ส่วนโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู ก่อสร้างไปได้ 70-80% ถ้าก่อสร้างเสร็จก็จะย้ายโรงงานไปอยู่นั่น ช่วง 1-3 ปีแรกเรามีกำลังการผลิตอยู่ที่ 220 เมกกะวัตต์อาวร์ต่อปี ระยะต่อไปอาจจะเพิ่มเป็น 440 เมกกะวัตต์อาวร์ต่อปี ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการในประเทศไทยด้วย”

              “รูปแบบการแนะนำแบตเตอรี่ ลิเทียม NMC ออกสู่ตลาดในระยะแรกทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการแนะนำให้ลูกค้ามองเห็นช่องทางว่าแบตเตอรี่สามารถนำไปใช้ร่วมกับนวัตกรรมใดได้บ้าง โดยได้นำไปใช้กับรถตุ๊กตี๊ก รถกอล์ฟ นำไปใช้ในบ้านตู้คอนเทนเนอร์ ที่นำแบตเตอรี่มาบริหารจัดการพลังงานในบ้านในรูปแบบสมาร์ทโฮม ฯลฯ ทั้งหมดเป็นการพัฒนาขึ้นมาให้ลูกค้าดูว่าสามารถนำแบตเตอรี่ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ยกตัวอย่างกรณีนำมาพัฒนาเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ถ้าหากลูกค้าต้องการสั่งซื้อเราสามารถสั่งทำตัวรถตุ๊กตุ๊กโดยใช้แบตเตอรี่ของเราจำหน่ายให้กับลูกค้าได้ตามความต้องการ”

                “การตลาดเราทำออกมาหลากหลายแอปพลิเคชั่น ก็จะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอให้แก่ลูกค้าไปเรื่อย ๆ ต่อไปจะมีร้านกาแฟที่ใช้โซลาร์เซลล์เก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์เอามาช่วยลดค่าไฟ ข้อดีของการใช้แบตเตอรี่สำรองไฟจากโซลาร์ฯคือร้านกาแฟสามารถมีไฟฟ้าใช้ได้ในเวลาที่ไฟฟ้าดับ ถึงแม้ไฟดับ ไฟตก ร้านกาแฟก็ยังทำงานได้อยู่”

               ทั้งนี้ “คุณภาณุวัฒน์” ได้เปิดเผยถึงการทำตลาดในช่วงเริ่มต้นแนะนำสินค้าสู่ตลาดประเทศไทยว่า คู่แข่งโดยตรงยังไม่มี เพราะบริษัทฯเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม NMC รายแรกในประเทศไทย แต่ถ้าเป็นแบตเตอรี่นำเข้าจากประเทศจีนคงต้องพิจารณาดูในเรื่องของคุณภาพ

               “เรามั่นใจในเรื่องคุณภาพของแบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศไทย และที่สำคัญเรามีจุดเด่นที่การเซอร์วิสสินค้า เรามีศูนย์บริการในประเทศไทย แผนการตลาดของเราจะพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV 50% ที่เหลือเป็นแบตเตอรี่สำหรับใช้เป็นเอนเนอร์จี สตอเรจ อีก 50% กำลังผลิตมี 220 เมกกะวัตต์ ก็แบ่งไปอย่างละ 110 เมกกะวัตต์

               “ตอนนี้กระแสเอนเนอร์จี สตอเรจ มาแรงมาก เราต้องพยายามโปรโมทให้คนไทยได้เห็นว่าแบตเตอรี่ชนิดนี้ดีกว่าอย่างไร ใช้กับอะไรได้บ้าง การที่สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าให้การสนับสนุน เท่ากับเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้เอกชนให้สนใจลงทุนในธุรกิจเอนเนอร์จี สตอเรจ ทำให้มีนักลงทุนให้ความสนใจธุรกิจนี้จำนวนมาก ลองคิดดูถ้าเกิดมีวอลุ่มเข้ามาจำนวนมาก การลงทุนของเราอาจจะช้าเกินไปเสียด้วยซ้ำ” คุณภาณุวัฒน์กล่าวย้ำอย่างมั่นใจในศักยภาพของการลงทุนในธุรกิจเอนเนอร์จ สตอเรจ  ในประเทศไทย