อย่าเพิ่งติดโซลาร์เซลล์ถ้ายังไม่อ่านบทสัมภาษณ์ดอกเตอร์นิพนธ์! ปรมาจารย์โซลาร์เซลเมืองไทย

6 ก.ย. 2560

                ณ เวลานี้ หลายๆ คนกำลังรอลุ้นว่ารัฐบาลจะพิจารณารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรีในราคาหน่วยละเท่าไหร่ และมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการอย่างไร

                ความกระตือรือร้นสนใจของภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป นับเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าปัจจุบันได้เกิดกระแสตื่นตัวที่จะเลือกใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ปราศจากมลพิษ อย่างแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นไฟฟ้ากันอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากๆ เพราะเป็นพลังงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งความประหยัด  มีใช้ได้ตลอดทั้งปีไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงเข้าไปใหม่  และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ

                ทั้งนี้ความนิยมนำความร้อนจากแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้ามิได้เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ หากแต่เป็นสิ่งที่มีรัฐบาลให้การสนับสนุนมาหลายยุคหลายสมัย เริ่มต้นจากการนำมาทดลองใช้ในหน่วยงานของรัฐ จนในที่สุดได้มีการนำมาผลิตไฟฟ้าใช้ตามบ้านเรือนที่อยู่ห่างไกลในรูปแบบโครงการไฟฟ้าเอื้ออาทรในช่วงปี พ.ศ. 2546 ถึง 2548

                หากนับวันเวลาของการเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ใช้ตามบ้านเรือนแล้ว คงมีอายุราว ๆ 14 ถึง15 ปี ซึ่งช่วงเวลานั้นมีนักวิชาการ นักธุรกิจ และเทคนิคเชียน สนใจเข้าสู่วงการโซลาร์เซลล์จำนวนไม่น้อย และหนึ่งในจำนวนนั้นคือ ดร.นิพนธ์ เจ็ดศิริ ที่ปัจจุบันยังคงทำงานด้านนี้อย่างเข้มข้น มีความเป็นมืออาชีพ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่ามีประสบการณ์ครบเครื่องทั้งในด้านการผลิตแผงโซลาร์ และการสร้างโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์

                นับเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่ทีมงานเว็บไซต์ intrend energy ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ดร.นิพนธ์ เจ็ดศิริ ทุกเรื่องทุกประเด็นเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่งอยู่ในขณะนี้

 

เมืองไทยมีการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่

                จริง ๆ ประเทศไทยทำเรื่องนี้มานานกว่ายี่สิบปี เมื่อก่อนเป็นโครงการของกระทรวงพลังงาน แต่เป็นระบบอิสระ (Stand alone) ตามหน่วยงานที่อยู่นอกเขตจ่ายไฟ เป็นพื้นที่ที่สายไฟฟ้าไปไม่ถึง แต่ที่ทำเป็นเรื่องเป็นราวนั้นประมาณปี พ.ศ. 2546 ที่มีโครงการไฟฟ้าเอื้ออาทร ช่วงปี พ.ศ. 2546 ถึง 2548 มีการติดตั้งประมาณ 203,000 ระบบ มีบริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด บริษัท เอกรัฐโซลาร์ จำกัด บริษัท บางกอกโซลาร์ จำกัด และบริษัท พีบีโซลาร์ จำกัด สนใจเข้าร่วมโครงการ

สมัยนั้นมีผู้ผลิตอยู่ไม่กี่ราย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่นำเซลล์แสงอาทิตย์มาประกอบในประเทศ ผมมีส่วนร่วมก่อตั้งโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ “บางกอกโซลาร์” ทำงานในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ ด้วยหน้าที่การงานที่รับผิดชอบทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นกรรรมการหลายๆ คณะทั้งภาครัฐและเอกชน มีส่วนร่วมในการเขียนแผน ที่ต้องช่วยกันผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์

 

การทำธุรกิจโซลาร์เซลล์ในยุคนั้นเป็นอย่างไร

                สมัยนั้นผู้ประกอบธุรกิจโซลาร์มีไม่กี่คนที่เป็นคีย์ๆ ผมมีโอกาสได้เข้าไปเป็นกรรมการหลายคณะ คือทิศทางนโยบายรัฐบาลเขากำหนดมาแล้วว่าต้องการให้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ภาคเอกชนที่มีความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ก็จะเข้าไปเป็นคณะกรรมการ ร่วมกับหน่วยงานรัฐ มีทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ และ สวทช. บรรยากาศการทำงานในยุคนั้น (ประมาณปี พ.ศ. 2549 ถึง 2550) ก็เกาะกลุ่มกันดี หลายคนมีโอกาสไปนั่งเป็นกรรมาธิการพลังงานของวุฒิสภา ช่วยกันผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทางกระทรวงพลังงานมีนโยบายที่จะให้สร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ระบบ Adder รัฐบาลมีการประกาศนโยบายรับซื้อไฟ 8 บาท รวม ค่าไฟฟ้าฐาน ประมาณ 3 บาทกว่า ซึ่งมีคนสนใจยื่นเยอะ แต่ไม่ค่อยมีใครทำ มีบางรายก็เอาใบอนุญาตไปขาย พอไม่ค่อยมีใครลงทุนทำ รัฐบาลเห็นว่าอาจจะไม่จูงใจ หรือเงื่อนไขอาจจะเปิดมากเกินไป เลยปรับปรุงระเบียบใหม่

 

ระเบียบที่ปรับปรุงใหม่เป็นอย่างไร

พอปรับปรุงแล้วเปิดรอบสอง วางหลักประกันสองแสนบาทต่อเมกกะวัตต์ ถ้าใครไม่ทำก็ปรับจะได้บังคับให้ทำตามที่ยื่นขอ ต่อมาลดค่า Adder จาก 8 บาท เหลือ 6.50 บาท เมื่อก่อนรวม ๆ กันแล้วได้ประมาณ 11 บาทกว่า ๆ พอลดเหลือ 6.50 ก็เหลือประมาณ 10 บาท ล็อตหลังนี่มีคนทำเยอะขึ้นเพราะต้นทุนลดลง ถูกกว่าตอนที่ทำโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ในยุคแรกๆ

ต้นทุนทำโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ยุคนั้น สูงขนาดไหน

                แรกๆหนึ่งเมกกะวัตต์ต้องลงทุนประมาณ 120 ล้านบาท  หลัง ๆ ลดลงมาเหลือไม่ถึงร้อยล้าน ปัจจุบันเหลือประมาณ 40 ล้าน ถ้าเทียบกับสมัยทำโซลาร์โฮมระบบไฟฟ้าเอื้ออาทรนี่ แผงราคาวัตต์ละ 120 บาท (เฉพาะแผงอย่างเดียว) เดี๋ยวนี้อุปกรณ์โซลาร์หลักๆ ราคาลดลงมาก เช่นแผงตอนนี้ลดเหลือไม่ถึงวัตต์ละ 20 บาท อุปกรณ์แปลงกระแส อย่าง Inverter เคยซื้อวัตต์ละกว่า 10 บาทตอนนี้แข่งกันมาก ถ้าตัวใหญ่หรือจำนวนมากก็เหลือวัตต์ละ 4 ถึง 6 บาทเท่านั้น แต่ตู้ไฟฟ้า สายไฟ โครงเหล็กและชิ้นส่วนอะลูมิเนียม เป็นส่วนที่ไม่ค่อยลดเท่าไหร่ ตอนนี้ถือว่าราคาโซลาร์เซลล์ถูกมากๆ

 

มีโอกาสที่ราคาจะลดลงกว่านี้อีกไหม

                ราคาคงจะไม่ต่ำลงไปกว่านี้แล้วล่ะ จริงๆ ต้นทุนแผงเซลล์แสงอาทิตย์ สี่สิบเซนต์ต่อวัตต์ แทบจะไม่ได้กำไร เมื่อก่อนผมทำงานเป็น Regional Director ให้กับ NanoPV (Asia) Ltd.,ที่มีบริษัทแม่อยู่ที่อเมริกา มีหน้าที่ออกแบบกระบวนการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบฟิล์มบางให้หลายประเทศ ฉะนั้นจะรู้จักวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และต้นทุนการผลิตทั้งหมด ลดราคาต่ำสุดได้แค่นี้ เหมือนเราไปซื้อกระจกจะซื้อ 1 ตัน หรือ 10 ตัน ราคามันก็ไม่ต่ำกว่านี้ โอเคอาจจะได้ดิสเคาท์มั่ง แต่จะไม่ลดถึงครึ่งราคา

 

แผงเซลล์แสงอาทิตย์ในปัจจุบันได้พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมมากน้อยแค่ไหน

                แผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้พัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นไฟฟ้าค่อนข้างดี  เมื่อก่อนประสิทธิภาพไม่ถึง 10 เปอร์เซนต์ เดี๋ยวนี้แผง  monocrystalline ผลิตได้ 17-19 เปอร์เซนต์ แผงแบบ HIT  พัฒนาขึ้นไปถึง 23 เปอร์เซนต์ แล้ว จริงๆ เราดูแค่ประสิทธิภาพของแผงอย่างเดียวไม่ได้ ส่วนใหญ่เวลาทำโรงไฟฟ้าในไทยมักนิยมเลือกแผงที่มีประสิทธิภาพสูง โดยไม่ได้พิจารณาว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้ากี่กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง บางคนดูแค่ input ไม่ได้ดู output บางคนดูแค่ตัวแปลงกระแส ดังนั้นการเลือกแผงประสิทธิภาพสูงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะผลิตไฟได้เยอะ  ในทางวิศวกรรมเวลาเปรียบเทียบ energy yield ของระบบไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ต้องคิดเป็นต่อหน่วย kWh ต่อ kWp คือพลังงานไฟฟ้าที่ได้เทียบกับกำลังไฟฟ้าติดตั้ง

 

ในเรื่องประสิทธิภาพของแผงจะสามารถพัฒนาให้สูงขึ้นได้อีกใช่ไหม

                ประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ยังมีโอกาสพัฒนาให้สูงขึ้นได้ ตอนนี้การพัฒนาจะเริ่มช้าลง  แต่ยังสามารถพัฒนาไปได้เรื่อยๆ เซลล์แสงอาทิตย์ส่วนใหญ่เราใช้ซิลิคอนเพราะราคาถูก ทั้งๆ ที่มีธาตุอื่นสามารถทำได้แต่มีราคาแพงนับร้อยนับพันเท่าอย่างแผง GaAs ที่ชธาตุแกลเลียมกับอะซีเนียมแต่ราคาแพงมากใช้เฉพาะในยานอวกาศเป็นหลัก ที่จริงไม่ได้มีธาตุที่เหมาะสมเพียงตัวเดียว จะว่าไปแล้ว มีการนำธาตุหายากหลายอย่างมาทำโซลาร์เซลล์ มีทั้งแคดเมียม อินเดียม  และซีเลเนียม แต่ธาตุเหล่านี้ราคาแพง เอามาใช้เชิงพาณิชย์ไม่ค่อยคุ้ม ก็เลยใช้ซิลิคอนเป็นส่วนใหญ่

                แผงเซลล์แสงอาทิตย์มีด้วยกันสามแบบคือ (1) เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอน มีทั้งชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystalline Silicon Solar Cell) หรือ Monocrystalline Silicon Solar Cell และชนิดผลึกรวม (Poly หรือ Multicrystalline Silicon Solar Cell)  ลักษณะเป็นแผ่นซิลิคอนแข็งและบางราวๆ 250-300 ไมครอน  (2) เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากอะมอร์ฟัสซิลิคอน  (Amorphous Silicon Solar Cell) ลักษณะเป็นฟิล์มบางเพียง 3 ไมครอน  น้ำหนักเบามาก (3) เซลล์แสงอาทิตย์แปบฟิล์มบางที่ทำจากสารกึ่งตัวนำอื่นๆ  เช่น แกลเลี่ยม อาร์เซไนด์,แคดเมียม เทลเลอไรด์ และคอปเปอร์ อินเดียม ไดเซเลไนด์ เป็นต้น มีทั้งชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystalline)  เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแกลเลี่ยม อาร์เซไนด์ จะให้ประสิทธิภาพสูงกว่า 25 เปอร์เซนต์

ความเข้มของแสงอาทิตย์ในบ้านเราจัดอยู่ในระดับไหนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

                แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกที่นอกชั้นบรรยากาศมีปริมาณค่อนข้างสูง แต่พอผ่านชั้น โทรโพสเฟียร์ (troposphere) ที่มีแก๊ส มีไอน้ำ มีเมฆ  ซึ่งจะสะท้อน กรอง และดูดกลืน ทำให้ความเข้มของแสงอาทิตย์อยู่ที่เฉลี่ย 1,000  วัตต์ ต่อ ตรม. แต่วันไหนถ้ามีเมฆเยอะๆ มันก็จะลดลงเหลือแค่ 300-400 วัตต์ ต่อ ตรม. บ้านเราจะอยู่ในโซนที่ช่วงหน้าฝนจะเจออย่างนี้เป็นประจำ โอกาสที่จะได้ 1,000 วัตต์ ต่อ ตารางเมตร ค่อนข้างน้อย แต่ถ้าเทียบกับหลายประเทศ ศักยภาพพลังแสงอาทิตย์ของไทยเราค่อนข้างดี ถ้าเราดูทั่วโลกจะเห็นว่าโซนที่ดีที่สุดจะอยู่แถวแคลิฟอร์เนีย ทวีปแอฟริกา แถบทะเลทรายซาฮาร่า บริเวณเหล่านั้นร้อนมาก ไม่ค่อยมีคนอยู่อาศัย ขณะที่เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี และญี่ปุ่น ความเข้มของแสงน้อยกว่าเราตั้ง 20-30 เปอร์เซนต์ เขาก็ยังนิยมผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์

แผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบไหนเหมาะสำหรับประเทศไทย

                เซลล์แสงอาทิตย์มีหลากหลาย พอจะใช้ต้องเลือกดูว่าบ้านเราสภาพอากาศเป็นอย่างไร มีเมฆหมอก มีละอองน้ำในอากาศเยอะหรือเปล่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่มีคำถามอยู่เสมอ เราได้ก็มีการทดสอบเรื่องนี้ด้วยการนำเอาแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประมาณ 7 ยี่ห้อ 4 ชนิดมาทำการทดสอบ ปรากฏว่าเซลล์แสงอาทิตย์แบบ Amorphous Silicon ที่มีประสิทธิภาพเพียง 7-8 เปอร์เซ็นต์ เหมาะที่สุดกับอากาศเมืองไทย มันให้ค่ายีลด์ (kWh/kWp) สูงสุด  แต่เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดไมโครคริสตอลไลน์อะมอร์ฟัสซิลิคอน (Micro Crystalline Amorphous Silicon) ที่พัฒนามาจาก Amorphous Silicon โดยการเพิ่มชั้น Micro crystalline ทับลงไปทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นประมาณ  30-40 เปอร์เซนต์ ปรากฏว่าค่าวัตต์สูงขึ้น แต่ยีลด์ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย

ถ้าจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

                เวลาเราทำโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์จะมีองค์ประกอบสำคัญๆ คือต้องมีแผงและอินเวอร์เตอร์ ต้องคำนึงสถานที่ที่จะติดตั้ง ควรมีมุมกี่องศา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเราติดตั้งที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือยะลา แต่ละพื้นที่องศาไม่เท่ากัน ต้องดูว่าสถานที่ติดตั้งนั้นมีลมพัดดีไหม ถ้าลมพัดดีแผงจะไม่ร้อนมาก เหมือนกับเราเอารถไปจอดกลางแดดสักพัก สักชั่วโมงนึง ลองเอามือไปแตะกระจกหรือหลังคารถ จะรู้สึกว่าร้อนมากเพราะอุณหภูมิอาจสูงถึง 50 ถึง 60 องศาเซลเซียส เซลล์แสงอาทิตย์มีข้อควรพิจารณาอยู่อย่างหนึ่ง เวลาเซลล์หรือแผงร้อนขึ้น ความสามารถการผลิตไฟจะลดลง ถ้าลมพัดผ่านดีก็จะช่วยระบายความร้อน ทำให้ผลิตไฟได้ดีขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะแผงเซลล์แสงอาทิตย์มีค่าสัมประสิทธิ์เชิงอุณหภูมิเป็นลบ พอแผงมันร้อนขึ้นจาก 25 องศาเซลเซียส ความสามารถในการผลิตพลังงานจะลดลง อาจจะลดลงได้ถึง 15-20 เปอร์เซนต์ บางทีเราซื้อแผง 100 วัตต์ พอเอามาใช้บ้านเราอาจจะเหลือกำลังไฟฟ้าออกแค่ประมาณ 80-85 วัตต์เท่านั้น

                การทำติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์เราติดตั้งเพื่อใช้ผลิตไฟทั้งปี ช่วงหน้าหนาวและหน้าฝน มักมีปัญหาความเข้มแสงจะน้อยลง ช่วงที่ดีที่สุดคือหน้าร้อน ซึ่งฟ้าใส ฟ้าโปร่ง จะมีพลังงานแสงอาทิตย์เยอะ แต่อากาศก็ร้อน

 

การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์มีเทคนิคอย่างไร

                การติดตั้งไม่ใช่มีแต่แผงเซลล์แสงอาทิตย์กับอินเวอร์สเตอร์แล้วจับมาชนกันได้เลยนะ นี่คือสิ่งที่หลายคนทำผิดพลาดกันเยอะ เหมือนกับรถยนต์ ถ้าเราซื้อเครื่องดีเซลมาจะมาใช้เบนซินไม่ได้ หรือซื้อซูเปอร์คาร์ ต้องใช้น้ำมันเกรด 95 หรือ 98 ถ้าเติม 91 มันก็วิ่งไม่ออก นี่ก็เหมือนกัน อินเวอร์เตอร์ต้องการ input จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ด้วยแรงดันที่เหมาะสม ถึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกส่วนเกี่ยวกับมุมองศาในการติดตั้งแผง ต้องตั้งแผงให้ลำแสงอาทิตย์ตั้งฉากกับแผง จึงจะได้พลังงานสูงสุด ถ้าตั้งเอียงแสงจะสะท้อนออกไปบางส่วน ดังนั้นก่อนติดตั้งต้องดูว่ามุมที่แสงอาทิตย์ตกกระทบตั้งฉากกับแผงไหม ซึ่งในแต่ละพื้นที่ของประเทศหรือของโลกจะไม่เหมือนกัน

                เวลาเลือกแผงผู้จำหน่ายสินค้ามักจะบอกว่ากี่วัตต์ๆ ตรงนี้ได้มาจากการวัดค่าที่ 25 องศาเซลเซียส กับความเข้ม 1,000 วัตต์ต่อตารางเมตร ถ้าหากความเข้มแสงเปลี่ยนไป กำลังไฟฟ้าย่อมเปลี่ยนไป  ไม่ใช่ว่าแดดเข้มหรือไม่เข้มจะผลิตไฟฟ้าได้เท่ากันหมด   ที่ความเข้มแสงค่าเดียวกัน สมมติอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส  จะได้ค่ากำลังไฟฟ้า 220 วัตต์ พออุณหภูมิสูงขึ้นมาเป็น 40 หรือ 45 องศาเซลเซียส กำลังไฟฟ้าจะลดลง เพราะแรงดันของแผงจะลดลง

 

แสดงว่าอุณหภูมิสูงมากๆ ไม่ได้ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้มาก

                อินเวอร์เตอร์จะมีเส้น curve แสดงค่าประสิทธิภาพอยู่หลายเส้น เราอยากจะได้เส้นสีแดงเพราะให้ประสิทธิภาพสูงสุดต้องป้อนแรงดันที่เหมาะสม หลายคนเอาแรงดันที่ 25 องศาเซลเซียส มาใช้ สมมติต้องการไฟฟ้า 620 โวลต์ ถึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด มีหลายนำเอาแผง 30 โวลต์มาต่อกัน 20 แผง คำนวณแล้วได้ 600 โวลท์ใกล้เคียงมาก แต่เขาลืมไปว่าพอแผงเจอแดดร้อนๆ แรงดันจะลดลงเหลือแค่ประมาณ 500 โวลต์ ผู้ออกแบบต้องรู้ว่าสถานที่ติดตั้งโรงไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดินหรือหลังคา ควรคำนวณค่าแรงดันขณะแผงร้อน ถ้าเลือกแรงดันผิดประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์จะหายไป 0.5 ถึง 1 เปอร์เซนต์  ซึ่งถือว่าเยอะ เพราะแผงผลิตไฟทุกวันต่อเนื่องกันนาน ๆ 10 ถึง 25 ปี ที่ว่าหายไป 0.5 ถึง 1% เป็นเวลานาน ๆ นี่รายได้หายไปเยอะ

เท่าที่เคยไปตรวจแบบหลายแห่ง ผมต้องเรียกมาถามว่าใช้แนวคิดอย่างไรในการออกแบบ มีหลายครั้งที่พบว่าใช้ข้อมูลที่ 25 องศาเซลเซียส มาคำนวณทั้งหมด ต้องอธิบายว่าพฤติกรรมของเซลล์แสงอาทิตย์เป็นอย่างไร พฤติกรรมของอินเวอร์เตอร์เป็นอย่างไร และเอามาชนกันแล้วให้แมตซ์และสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดได่อย่างไร ตรงนี้นี้สำคัญมาก เพราะผมอยากให้คนที่ลงทุนได้โรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตพลังงานได้มากที่สุด และได้คืนทุนตามที่ต้องการ ไม่ใช่ทำให้เสร็จๆ ไป

การทำโรงไฟฟ้าในไทยความติดตั้งแผงด้วยมุมกี่องศา

                แต่ละโซนในโลกมุมติดตั้งจะแตกต่างกันไป ถ้าประเทศเราอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร แผงต้องหันไปทางทิศใต้  ส่วนประเทศที่อยู่ใต้เส้นศูนย์สูตร เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ต้องหันแผงมาทางทิศเหนือ เพื่อที่จะได้มุมตกกระทบดีที่สุด สำหรับเมืองไทยถ้าเป็นทางใต้จะลงไปใกล้เส้นศูนย์สูตรมากขึ้น มุมตกกระทบค่อนข้างน้อย หากเป็นประเทศบรูไนต้องวางแผงนอนขนานกับพื้นไปเลย เพราะอยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรพอดี ถ้าขึ้นมากรุงเทพฯ ต้องเพิ่มขึ้นหลายองศา ในเชียงใหม่ หรือแม่ฮ่องสอน เพิ่มขึ้นเป็น 18 องศา จะเหมาเป็น 15 องศาอย่างเดียวไม่ได้ แต่ที่นิยมใช้กันเพราะ 15 องศาคือค่ากลาง คนที่ละเอียดหน่อยต้องมานั่งดูว่าเราติดตั้งที่จังหวัดไหน

                มุมติดดตั้งแผงมีผลต่อการผลิตพลังงาน ถ้าไม่เบี่ยงเบนมากก็ไม่มีนัยสำคัญเท่าไหร่ แต่ถ้าเบี่ยงเบนมากแบบบางโคงการเคยเห็นติดบนหลังคาซึ่งมีอยู่ทั้งด้านใต้ และด้านเหนือ เห็นเขาติดแผงทั้งสองฝั่ง แล้วเหมาว่าผลิตพลังงานได้เท่ากัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าลำแสงจากดวงอาทิตย์ไม่ตั้งฉาก ก็จะมีส่วนหนึ่งที่สะท้อนออกไป สมมติศูนย์องศาคือตั้งฉาก แผง 130 วัตต์ ถ้าติดตั้งมุมตั้งฉากจะได้เต็ม ถ้ามุมเปลี่ยนไป 15 องศา จะทำให้หายไป 30 วัตต์ ช่างติดตั้งในบ้านเราไม่ค่อยมีความรู้ตรงนี้ มีบางคนก็อปของฝรั่งมาทั้งหมด

 

ถ้าสนใจลงทุนทำโรงไฟฟ้าหรือติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาควรพิจารณาเลือกอย่างไร

                หากคิดจะติดโซลาร์เซลล์ ต้องพยายามหาบริษัทที่เขาทำเป็น มีประสบการณ์ ไม่ควรเลือกติดตั้งชนิดที่ราคาถูกมาก ๆ  ราคาถูกนี่ไม่ช่วยอะไรหรอก คืออาจจะดูดีตอนใหม่ๆ แค่ปีสองปี เวลาเราซื้อคอมพิวเตอร์ หรือซื้อกล้อง เขาประกันปีสองปี แผงเซลล์อาทิตย์มีประกันคุณภาพวัสดุและฝีมือการผลิต 10 ถึง 12 ปี ประกันพาวเวอร์ เพอร์ฟอร์แมนท์อีก 25 ถึง 30 ปี ฉะนั้นการลงทุนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ไม่ได้กะใช้แค่ปีสองปี การออกแบบและติดตั้งต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ ระหว่างการต่อเชื่อมแผงและอินเวอร์ตเตอร์ทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ต้องออกแบบให้สอดคล้องกันด้วย ไม่ใช่แผงอยู่ได้ยี่สิบปี อินเวอร์เตอร์อยู่ได้สิบปี แล้วส่วนประกอบอื่นอยู่ได้สองปี มันก็ไปด้วยกันไม่ได้ เรื่องนี้สำคัญนะ ดังนั้นการติดตั้งต้องไม่ใช้กตัดปอกสายไฟแล้วบิดให้ติดกันเพราะอยู่ได้ไม่นาน บางครั้งแค่ 2 ถึง 3 อาทิตย์ก็หลุด พอหลุดแล้วอันตรายมาก ดังนั้นการติดตั้งวงจรดีซีต้องยอมลงทุนติดอุปกรณ์คอนเนคเตอร์ที่มีคุณภาพ จะทำให้ปลอดภัยและใช้งานได้นาน

 

ควรเจาะจงเลือกแหล่งผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไหม

                แผงเซลล์แสงอาทิตย์ไม่ว่าจะผลิตในจีน ไทย หรือยุโรป เครื่องจักรและเทคโนโลยีในการผลิตมักมาจากแหล่งเดียวกันเช่นยุโรปและอเมิรกา  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพิถีพิถันก่อน ระหว่างและหลังการผลิตว่าเป็นอย่างไร บางทีเครื่องจักรเดียวกัน สองไลน์เหมือนกันเป๊ะเลย แต่ผลิตต่างโรงงานกัน output  ออกมาอาจจะไม่ดีเท่ากัน ความเอาใจใส่ในการผลิตสำคัญมาก บางครั้งเครื่องจักรเดียวกัน อย่างเครื่องเคลือบแผงเซลล์แสงอาทิตย์ แต่ตั้งอุณหภูมิต่างกัน 3  ถึง 5 องศาเซลเซียส เวลาต่างกันนิดนึง ผลออกมาก็ไม่เหมือนกัน ผมเคยเจอหลายโครงการที่เวลาผ่านไปสามสี่ปี เริ่มมีปัญหา เริ่มล่อน ต้องสังเกตว่าเป็นแผงมาจากไหน โรงงานผลิตแผงมักจะรันเครื่องจักร 24 ชั่วโมง เขายอมรับว่าบางกะ โอปะเรเตอร์ง่วงบ้าง อะไรบ้าง แต่ของพวกนี้ถ้าอยู่ในวารันตีก็เคลมได้ แต่ต้องมีการพิสูจน์และเจรจากัน

 

อุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ในไทยมีโอกาสเติบโตมากน้อยแค่ไหน

                ยังมีโอกาสเติบโตถ้าเราดูแผน PDP ของรัฐบาล เขาบอกว่าภายในปี พ.ศ. 2579 จะมีกำลังผลิต 6,000 เมกกะวัตต์ ปัจจุบันเราติดตั้งไปแล้วประมาณ 3,000 เมกกะวัตต์ เวลาพูดถึงการติดตั้งเป็นหมื่นเมกกะวัตต์ จริง ๆ มันคือกำลังไฟฟ้าสูงสุดแค่ 8,000 เมกกะวัตต์ ที่จ่ายข้าระบบหรือเอาไปใช้ประโบชน์ได้จริง ฉะนั้นไม่น่าจะมีผลกระทบแบบน่ากลัวอย่างที่กังวลกัน เพราะตัวเลขนี้จะกระจายไปทั่วประเทศ ไม่ได้กระจุกอยู่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง อย่างการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน การไฟฟ้าหรือรัฐบาลก็บอกว่าถ้าจะติดตั้งต้องใช้อินเวอร์เตอร์ซึ่งผ่านการอนุมัติจากเขา โดยหลักไม่น่าห่วงเท่าไหร่ 

 

 

ประเทศไทยเรามีการพัฒนาเรื่องโซลาร์เซลล์มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

                ในโซนนี้ถือว่าไทยเราพัฒนาไปไกลมาก ในอาเซียนเราเป็นผู้นำ ตอนนี้มาเลเซียและสิงคโปร์พยายามทำ แต่ประเทศเขาเล็กกว่า ส่วนอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นหมู่เกาะก็จะกระจัดกระจายทำยาก ถ้าทำส่วนใหญ่จะเป็นระบบไม่เชื่อมต่อสายส่ง  ต่างจากของเราที่มีระบบเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าแยะ  ไทยมีความเหมาะสมที่จะใช้เซลล์แสงอาทิตย์ เพราะบ้านเรามีความเข้มแสงอาทิตย์ค่อนข้างดี   ระบบไฟฟ้าของเราค่อนข้างสเตเบิ้ล  ถ้าสร้างโรงไฟฟ้าแล้วต่อเชื่อมกับระบบที่ไม่สเตเบิ้ล ก็จะติดๆ ดับๆ ถ้าหากช่วงไหนเพี้ยนมาก อินเวอร์เตอร์จะป้องกันตัวเองด้วยการตัดออกจากระบบ พอระบบสายส่งเริ่มดีก็จะต่อเข้าไปใหม่โดยอัตโนมัติ  ถ้าเข้าโครงการขายไฟเจอแบบนี้บ่อยๆ จะทำให้ขายไฟฟ้าได้ไม่เยอะ

 

ที่ผ่านอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์โตเร็วเพราะการสนับสนุนจากภาครัฐ ปัจจุบันนโยบายโซลาร์รูฟท็อปเสรียังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมา ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ต้องปรับตัวอย่างไร

                ปัจจุบันคนที่มีใจรักจริงๆ สนใจทำหรืออยากมีโรงไฟฟ้าเอาไว้เพื่อขายก็พอมีอยู่บ้าง ส่วนใหญ่เป็นบริษัทใหญ่ๆ มีหุ้นอยู่ในตลาด พอจะทำโรงไฟฟ้าก็โฆษณา หุ้นก็ขึ้น เขากำไรจากหุ้นขึ้น กำไรตรงนี้ได้เยอะกว่าขายไฟฟ้า นอกจากนั้นก็ยังมีหลายบริษัทที่อยากทำโรงไฟฟ้าบนหลังคาเพราะเป็นภาพลักษณ์ที่ดี ได้ทั้งความประหยัด และภาพการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อย่างโครงการฟิวเจอร์พาร์ครังสิตที่ผมเป็นที่ปรึกษา เขาเป็นห้างสรรพสินค้า เปิดสัปดาห์ละเจ็ดวัน ใช้แสงสว่างและแอร์เยอะมาก  ติดโซลาร์แล้วคุ้ม บริษัทเหล่านี้เขาก็ติดบนหลังคาใช้เอง ไม่ได้ขาย ตอนนี้ห้างโรบินสัน  เซ็นทรัล  และโฮมโปร ทำกันหมด เพราะทำแล้วแฮปปี้ ติดโซลาร์บนหลังคาเหมือนกับการกางร่ม อาคารเย็นขึ้น ได้ประหยัดไฟฟ้า และยังได้ไฟฟ้ามาใช้ทำแสงสว่างและทำความเย็น คือได้ใช้ไฟฟรีและประหยัดแอร์อีกด้วย