ยลโฉมรถไฟฟ้า BEV และรถไฮบริดขุมพลัง e-POWER ค่ายนิสสัน

4 ธ.ค. 2560

                หากสำรวจดูความพร้อมของการรุกตลาดรถไฟฟ้า EV ของค่ายรถญี่ปุ่นในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 คงต้องยกเครดิตให้ “นิสสัน มอเตอร์” ที่นำรถยนต์ไฟฟ้า BEV NISSAN “LEAF” ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง 100% และ NISSAN NOTE e-POWER รถไฮบริดระบบใหม่ที่มีการติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กเพิ่มเติมเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังงานสูง เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าชาร์จเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่แล้วนำไปขับเคลื่อนรถยนต์ ทำให้การขับขี่ให้ความรู้สึกเหมือนรถไฟฟ้ามาจัดแสดงในงานพร้อมกันทีเดียวทั้ง 2 รุ่น โดยแต่ละรุ่นมีรายละเอียดทางด้านเทคนิคดังนี้

NISSAN LEAF

                นิสสันลีฟเป็นรถขนาดกลางแบบ 5 ประตู แฮตช์แบ๊ก ท้ายตัด 5 ที่นั่ง ตัวถังกว้าง 1,770 ม.ม. ยาว 4,445 ม.ม. และสูง 1,550 ม.ม. ระยะฐานล้อ 2,700 ม.ม. แปลกตาด้วยการไม่มีท่อไอเสีย และมีค่ามลพิษเป็นศูนย์ (Zero-Emission) ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส แบบซิงโครนัส (Synchronous) 109 แรงม้า แรงบิด 28.6 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 11.9 วินาที 

                แบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียม-ไอออน 24 กิโลวัตต์ 1 แพคมี 48 โมดูล แต่ละโมดูลมี 4 เซลล์ไฟฟ้า โดยมีพอร์ตสำหรับชาร์จด้านหน้ารถ 2 แบบคือ ชาร์จช้า-พอร์ตมาตรฐาน SAE J1772 สำหรับไฟบ้าน 110-220 โวลต์ ชาร์จได้เต็ม อีกแบบชาร์จเร็ว-พอร์ตไฟฟ้าแรงดันสูง พอร์ตมาตรฐานของชาเดโม (CHAdeMO) ใช้ไฟจากตู้พิเศษ 480 โวลต์ แต่ชาร์จได้แค่ 80% ทั้ง 2 พอร์ตมีรูปแบบที่ต่างกัน รถรุ่นนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 140 กม./ชม. ทำระยะทางได้ประมาณ 160 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

 

                ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เป็นผลการทดสอบของ EPA (Environmental Protection Agency) หรือสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา 

                 ทั้งนี้ผลการทดสอบแบบ EPA LA4 ที่มีการขับหลายรูปแบบนั้น ใช้ความเร็วเฉลี่ย 32 กม./ชม. ความเร็วสูงสุดบางช่วง 91 กม./ชม. ได้ 160 กม. ความเร็วคงที่ทางเรียบ ความเร็วคงที่ 61 กม./ชม. ปิดแอร์ วิ่งได้ 222 กม. แถบชานเมือง ความเร็วเฉลี่ย 39 กม./ชม. ปิดแอร์ วิ่งได้ 168 กม. ความเร็วสูงบนทางโล่งยาว ความเร็วเฉลี่ย 89 กม./ชม. เปิดแอร์ วิ่งได้ 113 กม. ข้ามเมืองและอากาศร้อนจัด 43 องศาเซลเซียส ความเร็วเฉลี่ย 79 กม./ชม. เปิดแอร์ ได้ 109 กม. ในเมืองการจราจรติดขัด อากาศเย็นจัด ความเร็วเฉลี่ย 24 กม./ชม. เปิดฮีตเตอร์ วิ่งได้ 100 กม. 

                 การนำรถนิสสัน ลีฟ มาเปิดตัวในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 นี้ ยังไม่ได้มีการกำหนดราคาจำหน่ายในประเทศไทย โดยทางบริษัทฯต้องการทราบความต้องการของตลาดก่อนจะดำเนินการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการต่อไป

NISSAN NOTE e-POWER

                รถนิสสัน โน๊ต อี-เพาเวอร์ เป็นการนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่มีอยู่ในนิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานมาแล้วทั่วโลก โดยในระบบอี-เพาเวอร์จะมีการติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กเพิ่มเติมเข้าไป ให้ทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังงานสูง เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าชาร์จเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ ลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากภายนอก แต่ยังให้พลังงานไฟฟ้าในขนาดใกล้เคียงกัน

 

                ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ อี-เพาเวอร์ ประกอบด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator), อินเวอร์เตอร์ (Inverter), และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยรถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ถูกส่งมาให้กับมอเตอร์ไฟฟ้านั้นจะถูกเก็บอยู่ในแบตเตอรี่กำลังสูง โดยมีเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดกะทัดรัดทำหน้าที่ในการสร้างกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บอยู่ตลอดเวลาเพื่อชดเชยกระแสไฟฟ้าที่ถูกใช้งานไป 

                 แนวคิดและการออกแบบของทีมวิจัยและพัฒนาของนิสสัน ภายใต้ระบบอี-เพาเวอร์นั้น ตัวเครื่องยนต์สันดาปภายในจะไม่เชื่อมต่อเข้ากับชุดส่งกำลังหรือเกียร์โดยตรง แต่จะทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าและชาร์จเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ ก่อนที่กระแสไฟฟ้านี้จะถูกส่งไปสู่มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อสร้างกำลังสำหรับใช้ในการขับเคลื่อนตัวรถ

 

                ระบบ อี-เพาเวอร์ นี้ทางนิสสันระบุว่ามีความโดดเด่นกว่าระบบไฮบริดแบบดั้งเดิม ซึ่งมีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลัง เพราะในระบบไฮบริดทั่วไปมอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงานในภาวะที่แบตเตอรี่มีกำลังไฟฟ้าต่ำหรือขณะอยู่ในย่านความเร็วสูง ขณะเดียวกัน ระบบ อี-เพาเวอร์ยังแตกต่างกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับพลังงานไฟฟ้ามาจากชาร์จแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว เพราะใช้น้ำมันปั่นมอเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้นระบบไฮบริดของอี-เพาเวอร์ จึงไม่ต้องมีการชาร์จไฟฟ้าอย่างเช่นรถ PHEV ทั่วไป

                 ที่ผ่านมาโครงสร้างของระบบรถยนต์ไฟฟ้า “นิสสัน ลีฟ” จำเป็นต้องมีมอเตอร์และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เป็นแหล่งกำลังหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งยากต่อการนำระบบไปประยุกต์ให้เข้ากับรถยนต์แบบคอมแพ็กต์ทั่วไป แต่ทีมวิศวกรของนิสสันสามารถค้นพบวิธีการที่ลดทั้งขนาดและน้ำหนักไปจนถึงพัฒนาวิธีการควบคุมมอเตอร์และจัดการพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้น ซึ่งผลที่ได้นั้น สามารถทำให้ขุมพลัง อี-เพาเวอร์ มีแบตเตอรีขนาดเล็กกว่านิสสัน ลีฟ แต่สามารถให้ความรู้สึกในการขับขี่ได้เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า

 

                 ทั้งนี้ ขุมพลังแบบ อี-เพาเวอร์ (e-POWER) ของนิสสันสามารถให้แรงบิดมหาศาลในทันทีและคงที่ตลอดเวลาทำให้มีอัตราเร่งที่รวดเร็วทว่านุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีความเงียบในระหว่างการขับเคลื่อนเช่นเดียวกับ “นิสสัน ลีฟ” ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยในระบบ อี-เพาเวอร์ เครื่องยนต์สันดาปภายในจะไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถ จึงทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ในรถยนต์ไฮบริดทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในเมือง ซึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ยังทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประโยชน์เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle – BEV) แต่สามารถลดความวิตกกังวลเมื่อต้องหาสถานีชาร์จไฟฟ้าได้อีกด้วย