มั่นใจคนไทยชอบโซลาร์เซลล์ “RET” เดินหน้ารุกตลาดองค์กร-โรงงานอุตสาหกรรม

14 ก.ย. 2560

               “พลังงานแสงอาทิตย์ดีที่สุดสำหรับประเทศเรา เพราะว่าประเทศไทยอยู่ในแถบเส้นศูนย์สูตร แดดเราอยู่ในอันดับผู้นำของโลก ความเข้มของแสงติดอันดับหนึ่งในห้า คนไทยส่วนใหญ่ชอบโซลาร์เซลล์ เพราะไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์ไม่มีมลพิษ ทุกคนมีสิทธิ์ใช้แดดฟรี ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบมาเติมเหมือนพลังงานชนิดอื่นๆ” 

                คุณรัฐภูมิ สันยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร (CEO) บริษัท พลังงานทดแทนเพื่อคนไทย จำกัด (RET) กล่าวถึงความโดดเด่นของพลังงานแสงอาทิตย์ที่จุดประกายให้เขาสนใจศึกษาระบบผลิตไฟฟ้าอย่างจริงจังเมื่อครั้งเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่ส่งผลกระทบต่อ บริษัท ยูเนี่ยนไทยฟรุ๊ต จำกัด ที่ทำธุรกิจส่งผลไม้เป็นแพ็กเกจป้อนให้กับโรงงานต่างๆ พอเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมโรงงาน บริษัทของเขาพลอยได้รับผลกระทบจนต้องหยุดฟื้นฟูกิจการ ทำให้มีเวลาคิดนานประมาณสามเดือน และได้ข้อสรุปว่าต้องเปลี่ยนธุรกิจ

                “ช่วงนั้นสนใจศึกษาธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานทดแทนหลาย ๆ อย่าง ทั้งโซลาร์เซลล์ กังหันลม มอเตอร์เทอร์บาย กังหันน้ำ ไบโอแก๊ส ต้องเข้าไปขอข้อมูลจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ บีโอไอ  น่าจะเป็นช่วงประมาณเดือนมกราคม ปี 2555 เจ้าหน้าที่ก็ใจดีให้หนังสือมาอ่านจำนวนมาก”

                หลังจากอ่านหนังสือและขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่หลายๆ หน่วยงาน ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปว่าพลังงานแสงอาทิตย์ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะถ้าทำกังหันลม ถ้าตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีลมก็ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ส่วนพลังงานทดแทนประเภทอื่นนั้นต้องมีการเติมวัตถุดิบ ขณะที่แสงอาทิตย์มีอยู่ทั่วไปและไม่ต้องเติมวัตถุดิบ ดังนั้นจึงตัดสินใจตั้งบริษัททำกิจการเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

                “ช่วงแรกๆ ผมเริ่มต้นจากการนำเข้า PV และอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาจำหน่าย แผงโซลาร์เซลล์ในช่วงนั้นเป็นระบบ off grid ต้องใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ เป็นเทคโนโลยีสำหรับผู้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่สายส่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ก็เลยเน้นหาตลาดตามต่างจังหวัด จัดทำเป็นชุด RET BOX ทำเป็นตู้ขึ้นมา มีแบตเตอรี่ คอนโทรลเลอร์ และแผงโซลาร์เซลล์ ตอนนั้นเราทำคู่มือให้ลูกค้าสามารถติดตั้งเองได้เลย”

                เข้าสู่ปี พ.ศ. 2556 ทีมงาน RET ได้เข้าร่วมอบรมความรู้เกี่ยวกับโซลาร์ฟาร์มที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นระบบ on grid ที่ใช้ร่วมกับระบบสายส่งของการไฟฟ้าฯ ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ คือจะใช้แผงโซลาร์เซลล์กับอินเวอร์เตอร์ ได้ศึกษาและลองซื้อมาลองติดตั้งใช้เองที่บ้าน ปรากฏว่าใช้งานได้ดี

                “ผมเรียนจบปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิตทางด้านพลังงานและวัสดุ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำให้มีความรู้เรื่องการวิจัย ก็คำนวณดูต้นทุนการติดตั้งและไฟฟ้าที่ผลิตได้ว่าได้วันละกี่หน่วย ทำให้รู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะติดตั้งตามบ้าน เลยหันมาเน้นเจาะตลาดติดตั้งฯตามบ้าน พอดีเป็นช่วงที่รัฐบาลสนับสนุนโครงการโซลาร์รูฟท็อป โดยรับซื้อไฟจากหลังคา 200 เมกกะวัตต์ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556”

                “เราเป็นบริษัทแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ตอนนั้นมีผู้ประกอบการทำธุรกิจนี้ไม่ถึงสิบราย เราเห็นว่าโครงการโซลาร์รูฟท็อปมีความเป็นไปได้ ก็เริ่มโฆษณาทางออนไลน์ ทำเว็บไซต์ โฆษณาผ่าน google ทำให้มีลูกค้าเริ่มสนใจติดตั้ง  เพราะรัฐรับซื้อไฟฟ้าหน่วยละ 6.96 บาท ตอนนั้นเราได้งานติดโซลาร์รูฟท็อปให้กับลูกค้ากลุ่มที่เป็นบ้านพอสมควร”

                 จะว่าไปแล้ว การรับติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับลูกค้าตามบ้านที่เข้าร่วมโครงการขายไฟฟ้าได้รับการตอบรับที่น่าพอใจ และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ “RET” เติบโตเป็นเท่าตัวในช่วง ปี พ.ศ. 2557-2558   เพราะเมื่อถึงปี 2558 ก็มีโครงการเฟส 2 ทำให้มีลูกค้าสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2559 โครงการเริ่มเต็ม ลูกค้าตามบ้านเริ่มลดลง บริษัทฯจึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำตลาดหันไปเน้นลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และห้างร้านขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากๆ อย่างไรก็ตาม ตลาดบ้านยังคงมีลูกค้าสนใจอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ความต้องการลดลงเพราะรัฐบาลยังไม่มีโครงการรับซื้อไฟ ก็เลยยังไม่มีอะไรจูงใจเท่าที่ควร

                “กลุ่มลูกค้าโรงงานเขาผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปใช้เองก็ยังไม่พอใช้ ทำให้มีความสนใจติดตั้งเพราะต้องการลดค่าใช้จ่าย ไม่ได้เน้นลงทุน แต่ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าบ้านจะเน้นลงทุน สมมติเราจะต้องจ่ายค่าไฟอยู่แล้ว หากนำเงินที่จ่ายค่าไฟมาผ่อนโซลาร์เซลล์ ครบหกปีก็ได้เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า พอปีที่เจ็ดก็ไม่ต้องเสียค่าไฟส่วนที่ผลิตได้  ส่วนที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในเวลากลางคืนและวันที่ไม่มีแดด เปรียบเสมือนการจ่ายค่าเช่าให้การไฟฟ้า เป็นค่าเช่าหม้อแปลง ค่าอุปกรณ์ หม้อปั่นไฟ ซึ่งถ้าเราซื้อไฟมาใช้อย่างเดียวก็ไม่ได้อะไร แต่ถ้าผลิตเองส่วนหนึ่งก็เท่ากับได้ใช้ไฟฟ้าฟรีในระยะยาวจำนวนหนึ่ง”

               ปัจจัยสำคัญก็คือช่วงหลังๆ ราคาของระบบโซลาร์เซลล์ลดลงมาอยู่ในระดับที่ตลาดกลุ่มโรงงานสนใจ การติดตั้งวอลลุ่มใหญ่ๆ ราคาจะถูกลง ใช้เวลาแค่ 4-5 ปีก็คืนทุน ลูกค้ากลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องใช้ไฟทุกวันอยู่แล้ว ต้องจ่ายค่าไฟหลักแสนต่อเดือน ช่วงหลังๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรืออพาร์ทเมนต์ ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟฟ้า ที่มักจะติดต่อเข้ามาเองจากการดูข้อมูลทางกูเกิ้ล และมีบางส่วนเป็นการแนะนำแบบบอกต่อๆกัน

                “ลูกค้าบางส่วนจะเป็นกลุ่มเดิมที่เคยติดตั้งในโครงการที่รัฐรับซื้อไฟฟ้า หลายคนได้ทดลองใช้แล้วได้ผลดีก็สนใจติดตั้งเพิ่ม และมีบางรายติดเพิ่มอีกหลายเมกกะวัตต์เพราะผลิตไฟฟ้าใช้เองแล้วคุ้มค่า สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อไฟฟ้าได้ในระดับที่เขาพอใจ”

                ทั้งนี้ ราคาติดตั้งโซลาร์เซลล์ในปี 2560 ลดลงจากปี 2556 ประมาณ 30% ถ้าติดตั้งระบบขนาดเล็กที่สุด ประมาณ 36 กิโลวัตต์ ที่ทาวน์เฮ้าส์สามารถติดตั้งได้ เดิมจะมีราคาประมาณ 280,000 บาท ปัจจุบันลดลงเหลือแค่ 200,000 บาท ถ้าติดใช้ในบ้านจะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 6-7 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟ ถ้าใช้ไฟฟ้ามากก็คืนทุนเร็วกว่า ซึ่งถ้าเป็นลูกค้ากลุ่มโรงงานที่ติดตั้งวอลุ่มมากๆ ราคาติดตั้งก็จะถูกลง ทำให้ใช้เวลาคืนทุนเร็วกว่าลูกค้าประเภทบ้าน 2-3 ปี

               ปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์แบรนด์ REC เทคโนโลยีเนเธอแลนด์ ผลิตในประเทศสิงค์โปร์ ส่วนอินเวอร์สเตอร์เป็นแบรนด์ SMA นำเข้าจากประเทศเยอรมัน โดยบริษัทฯมีประสบการณ์ด้านการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปทั่วประเทศมากกว่า 300 โครงการ มีผลงานติดตั้งทั้งในแบบภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม  รวมทั้งลูกค้าโครงการ ได้แก่ NISSAN , ENKAI THAI , Johnson&Johnson , Asia Iced , UPK ASIA , HYQ , STEC   โดยในส่วนของโครงการติดตั้งตามบ้านเรือนนั้นมีทั้งลูกค้ากลุ่มที่เข้าร่วมโครงการขายไฟฟ้าฯ และแบบติดตั้งเพื่อใช้เอง