พลังงานทดแทนพลังแห่งสายพระเนตรอันกว้างไกล

6 ก.ย. 2560

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ที่มีต่อการพัฒนาด้านพลังงานและพลังงานทดแทนในประเทศไทย ทีมงานเว็บไซต์ INTREND  ENERGY ได้รวบรวมโครงการตามแนวพระราชดำริทางด้านพลังงานทดแทนที่ทรงริเริ่มทดลองและวิจัยในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มาเผยแพร่ในโอกาสเปิดตัวเว็บไซต์ วันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ธ ผู้ทรงเป็นแสงสว่างแห่งการพัฒนาพลังงานไทยอย่างยั่งยืน

 

พลังงานทดแทนพลังแห่งสายพระเนตรอันกว้างไกล 

                ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพสกนิกรตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทรงอุทิศพระวรกายประกอบพระราชกรณียกิจทุกด้านที่ก่อให้เกิดประโยชน์สุขของราษฎรด้วยพระปรีชาสามารถในทุกแขนงด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน รวมทั้งการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าและเกษตรกรรม การพัฒนาพลังงานทดแทน รวมถึงการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ

                ทรงริเริ่มศึกษาวิจัย พัฒนาพลังงานทดแทนหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแก๊สโซฮอล์ ดีโซฮอล์ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (ไบโอดีเซล) และพลังงานทดแทนด้านอื่นๆ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศนานัปการ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและยั่งยืนที่น่าภาคภูมิใจในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

                จุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการพระราชดำริพลังงานทดแทนเกิดขึ้นเนื่องจากพระองค์ทรงสนพระทัยในเรื่องพลังงานมาโดยตลอด ทรงเห็นว่าประเทศไทยมีแหล่งพลังงานด้านน้ำมันและถ่านหินน้อย ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยมีผืนแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ เหมาะสำหรับการเพาะปลูก จึงควรนำพืชส่วนที่เกินจากการบริโภคและส่งออกมาพัฒนาเป็นพลังงาน ทรงมีพระราชดำริทดลอง วิจัย และแก้ไขปัญหาปัญหาพืชผลทางการเกษตรล้นตลาด และการขาดแคลนพลังงานขึ้นในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

ข้อมูลและภาพโดยโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลา สนใจศึกษาข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์โครงการส่วนพระองค์ฯ ในเครือข่ายกาญจนาภิเษก www.kanchanapisek.or.th

                โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ทรงปรารถนาที่จะได้เห็นประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรมซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหลักของประเทศ อยู่ดีมีสุขตามอัตภาพ จึงทรงริเริ่ม “โครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร สวนจิตรลดา” ภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  อันเป็นเขตพระราชฐานที่ประทับในปีพุทธศักราช ๒๕๐๔  โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินงานอยู่  ๓  ประการ  คือ

               ๑.เป็นโครงการศึกษาทดลอง

               ๒.เป็นโครงการตัวอย่างให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาทำการศึกษาเพื่อสามารถนำความรู้กลับไปดำเนินการเองได้

               ๓.เป็นโครงการที่ไม่หวังผลตอบแทนเชิงธุรกิจ

                รูปแบบการดำเนินงานของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา  แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือโครงการไม่ใช่ธุรกิจ ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการต่างๆที่สนองพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาด้านการเกษตร ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โครงการไม่ใช่ธุรกิจ ได้แก่  ป่าไม้สาธิต  นาข้าวทดลอง  การเพาะพันธุ์ปลานิล  กังหันลม ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลม  บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบผลิตน้ำเย็นด้วยพลังงานความร้อนจากแกลบ โรงกระดาษสา และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

            ส่วนโครงการกึ่งธุรกิจนั้นมีกระบวนการแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายในราคาที่ไม่หวังผลกำไรทางธุรกิจ  โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ภายในประเทศ ซึ่งกลุ่มงานของโครงการกึ่งธุรกิจมี ๒ กลุ่มงาน คือกลุ่มงานเกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม การแปรรูปผลิตภัณฑ์นม และกลุ่มงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร

                จะเห็นได้ว่า โครงการตามแนวพระราชดำริทางด้านพลังงานทดแทนที่ได้มีการทดลองวิจัยและพัฒนาในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา นั้นมีความครอบคลุมแทบทุกด้าน 

 

การแปรรูปพืชผลทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิง

               โครงการพระราชดำริทางด้านพลังงานทดแทนที่วิจัยและพัฒนาที่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โครงการแรกนั้น เกิดจากสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาราคาพืชผลและป้องกันปัญหาขาดแคลนพลังงานด้านน้ำมันและถ่านหิน โดยทรงริเริ่มโครงการนำแอลกอฮอล์มาใช้ผลิตเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่แปรรูปจากพืชผลทางการเกษตร

แก๊สโซฮอล์

                การนำแอลกอฮอล์มาผลิตเชื้อเพลิงครั้งแรกเริ่มต้นจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ได้เสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ทรงมีพระราชกระแสให้ศึกษาต้นทุนการผลิตแอลกอฮอล์จากอ้อย เพราะในอนาคตอาจเกิดเหตุการณ์น้ำมันขาดแคลนหรืออ้อยราคาตกต่ำ การนำอ้อยมาแปรรูปเป็นแอลกอฮอล์เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ ทรงพระราชทานเงินทุนวิจัยในการดำเนินงาน จำนวน ๙๒๕,๕๐๐ บาท เพื่อใช้ในการจัดสร้างอาคาร และอุปกรณ์ต่างๆ ในการทดลอง

                วันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารโครงการค้นคว้าน้ำมันเชื้อเพลิงและเริ่มผลิตแอลกอฮอล์จากอ้อย โดยสามารถผลิตเอทิลแอลกอฮอล์ความบริสุทธิ์ ๙๑ เปอร์เซนต์ ได้ในอัตรา ๒.๘ ลิตร ต่อ ชั่วโมง ต้นทุนการผลิต ๕๖.๒ บาท ต่อ ลิตร ขณะที่เอทิลแอลกอฮอล์ความบริสุทธิ์ ๙๕ เปอร์เซนต์ ซึ่งผลิตจากกากน้ำตาลของกรมสรรพสามิตจำหน่ายในราคาประมาณ ๒๔ บาท ต่อ ลิตร

                ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ฝ่ายเทคนิคบริษัทสุราทิพย์ได้ช่วยปรับปรุงหอกลั่นแอลกอฮอล์ให้สามารถกลั่นได้ความบริสุทธิ์ ๙๕ เปอร์เซนต์ ในอัตรา ๕ ลิตร ต่อ ชั่วโมง ใช้กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบในการหมัก ซึ่งบริษัทสุราทิพย์น้อมเกล้าฯถวายเพื่อใช้ในการนี้เดือนละประมาณ ๒ ตัน มีต้นทุนในการผลิตเอทิลแอลกอฮอล์ความบริสุทธิ์ ๙๕ เปอร์เซนต์ จากกากน้ำตาลประมาณ ๓๕ บาท ต่อ ลิตร

                เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ร่วมกับบริษัทสุราทิพย์ขยายกำลังการผลิตแอลกอฮอล์เพื่อให้มีพอใช้ผสมกับเบนซินธรรมดาในอัตรา ๑ ต่อ ๔ เป็นแก๊สโซฮอล์ สำหรับรถยนต์ทุกคันของโครงการฯ ที่ใช้เบนซิน โครงการทดลองนี้จัดเป็นโครงการหนึ่งในหกโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ ๕๐ ปี ของสำนักพระราชวัง

                วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงงานผลิตแอลกอฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่บริษัทสุราทิพย์น้อมเกล้าฯถวาย กำลังการผลิตหอกลั่นขนาด ๒๕ ลิตร ต่อ ชั่วโมง ในการกลั่น ๑ ครั้ง (Batch) ได้แอลกอฮอล์ ๙๕ เปอร์เซนต์ ประมาณ ๙๐๐ ลิตร โดยใช้กากน้ำตาลความหวาน ๔๙ เปอร์เซนต์ (โดยน้ำหนัก) จำนวน ๓,๖๔๐ กก. ในกระบวนการกลั่นจะได้น้ำกากส่าเป็นน้ำเสีย ซึ่งส่วนหนึ่งจะใช้รดกองปุ๋ยหมักที่โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

                หลังจากนั้น ได้นำแอลกอฮอล์ ๙๕ เปอร์เซนต์ เข้าสู่ระบบแยกน้ำ (Dehydration Unit) เพื่อดึงน้ำออกจากแอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด ระบบแยกน้ำดังกล่าว คือ Molecular Sieve Dehydration Unit เมื่อแยกน้ำออกแล้ว จะได้แอลกอฮอล์ ๙๙.๕๕ เปอร์เซนต์ ผสมกับเบนซิน ๙๑ ในอัตราส่วน ๑ ต่อ ๙  และเติมให้กับรถยนต์ของโครงการส่วนพระองค์ที่สถานีบริการเชื้อเพลิงในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

ขั้นตอนการผลิตแก๊สโซฮอล์

                ๑.นำเอทธิลแอลกอฮอล์ ๙๙.๕ เปอร์เซนต์ จำนวน ๒๐๐ ลิตร ใส่ลงไปในถังผสม

                ๒.เติมน้ำมันเบนซิน ๙๑  ลงไปจำนวน  ๑,๘๐๐ ลิตร  กวนส่วนผสมให้เข้ากันนาน ๓๐ นาที   จะได้แก๊สโซฮอล์ ๒,๐๐๐ ลิตร

ดีโซฮอล์

                โครงการดีโซฮอล์ (น้ำมันดีเซล และแอลกอฮอล์) เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ร่วมกับโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทดลองผสมแอลกอฮอล์ ๙๕ เปอร์เซนต์ กับน้ำมันดีเซล และสารอิมัลซิไฟเออร์ (สารอิมัลซิไฟเออร์มีคุณสมบัติทำให้แอลกอฮอล์กับน้ำมันผสมเข้ากันโดยไม่แยกชั้น) ที่อัตราส่วน ๑๔ ต่อ ๘๕ ต่อ ๑ ดีโซฮอล์จะใช้กับรถยนต์ดีเซล เช่น รถแทรกเตอร์ของโครงการฯ จากผลการทดลองพบว่าสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ โดยสามารถลดควันดำได้ ๕๐ เปอร์เซนต์

ขั้นตอนการผลิตดีโซฮอล์

                ๑.นำน้ำมันดีเซล ๔๑๙ ลิตร ใส่ลงในถังผสมแล้วเติมสารอิมัลซิไฟเออร์ ๑ (SB ๔๐๗) ๔.๒ ลิตร ผสมให้เข้ากัน ๑๐ นาที

                ๒.นำเอทธิลแอลกอฮอล์ ๙๕ เปอร์เซนต์ จำนวน ๖๗ ลิตร ใส่ลงในถังผสม เติมอิมัลซิไฟเออร์ ๒ (PEOPS) ๔.๓ กิโลกรัม ลงไปกวนผสมให้เข้ากัน ๒ ชั่วโมง

ไบโอดีเซล

                โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้ดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) มีพระราชกระแสให้ทดลองและวิจัยแก๊สโซฮอล์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ผู้อำนวยโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มีบัญชาให้ศึกษาทดลองนำน้ำมันปาล์มมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล จนกระทั่งได้มีการก่อสร้างอาคารไบโอดีเซล เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

                อาคารดังกล่าวได้ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว น้ำมันปาล์ม และน้ำมันพืชชนิดต่างๆ โดยกระบวนการเอทธิลเอสเทอริฟิเคชั่น ทำให้ได้ไบโอดีเซลเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ได้กลีเซอรอลเป็นผลพลอยได้ ปัจจุบันสามารถผลิตไบโอดีเซลได้ครั้งละ ๒๕๐ ถึง ๓๐๐ ลิตร โดยใช้น้ำมันพืชใช้แล้วจากส่วนพระเครื่องต้น สำนักพระราชวัง ไบโอดีเซลที่ผลิตได้นำมาใช้งานกับรถยนต์ดีเซล และเครื่องกำเนิดไอน้ำของโครงการฯ

ขั้นตอนการผลิตไบโอดีเซล (แบบไม่ใช้น้ำล้าง)

            ขั้นตอนการผลิตไบโอดีเซล มีรายละเอียด ดังนี้

                ๑.นำโซเดียมเมทธิลเลตมาละลายด้วยเอทธิลแอลกอฮอล์ ๙๙.๕ เปอร์เซนต์ ในถังผสมสารเคมี เปิดมอเตอร์ใบกวนเป็นเวลานานประมาณ ๓๐ นาที

                ๒.อุ่นน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว ที่รับมาจากฝ่ายห้องเครื่องของพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในถังให้ได้อุณหภูมิ ๖๐ องศาเซลเซียส

                ๓.นำสารละลายโซเดียมเมทธิลเลทและเอทธิลแอลกอฮอล์ที่ผสมไว้แล้ว มาเติมในถังน้ำมันพืชเพื่อทำปฏิกิริยา และเปิดมอเตอร์ใบกวนเป็นเวลานาน ๙๐ นาที

                ๔.หลังจากนั้นส่งเข้าถังแยกกลีเซอรีน จะได้ไบโอดีเซลที่มีเอทธิลแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้านบน และกลีเซอรีนจะตกตะกอนอยู่ด้านล่าง

                ๕.แยกกลีเซอรีนออกจากเอทธิลแอลกอฮอล์ โดยกลีเซอรีนจะถูกส่งเข้าสู่ถังเก็บ (กลีเซอรีนที่แยกออกมา เมื่อไปผ่านการทำให้บริสุทธิ์ นำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่ได้)

                ๖.นำไบโอดีเซลที่มีเอทธิลแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ส่งเข้าถังระเหยให้ความร้อนแก่ไบโอดีเซลที่อุณหภูมิ ๖๐ ถึง๖๕ องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 4 ชั่วโมง เพื่อแยกเอทธิลแอลกอฮอล์ออกจากไบโอดีเซล

                ๗.นำไบโอดีเซลที่ผ่านการแยกเอทธิลแอลกอฮอล์ ไปเก็บที่ถังพักไบโอดีเซล  และนำไปผ่านเรซินเพื่อกำจัดสารตกค้างและน้ำ  โดยใช้แรงโน้มถ่วงเป็นตัวกำหนดอัตราการไหลของไบโอดีเซล ได้ไบโอดีเซลที่พร้อมนำไปใช้งาน

ลักษณะของไบโอดีเซล

                ไบโอดีเซล คือ น้ำมันที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล แต่ได้จากพืช (ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ทานตะวัน งา สบู่ดำ ซึ่งเป็นพืชน้ำมันตามธรรมชาติ) และสัตว์ที่สามารถย่อยสลายได้ด้วยกระบวนการทางชีวภาพ

                ไบโอดีเซลมีค่าซีเทน (cetane) 55 ส่วนน้ำมันดีเซลทั่วไปมีค่าซีเทน (cetane) 45

                ไบโอดีเซลไม่มีส่วนประกอบของสารซัลเฟอร์ ดังนั้นในการเผาไหม้ไบโอดีเซลจึงไม่เกิดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ไม่เกิดควันดำ และยังมีสารช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์

                ไบโอดีเซล มีอัตราการสิ้นเปลืองสูงกว่าเชื้อเพลิงปิโตรเลียมเล็กน้อย

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด

                โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ส่วนที่ไม่ใช่ธุรกิจ ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการและเอกชนนั้น เป็นโครงการเกี่ยวกับพลังงานทดแทนทางด้านพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาดในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีอยู่ด้วยกัน ๒ โครงการ คือ โครงการบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลม ซึ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าที่ช่วยลดปัญหามลภาวะอากาศ สามารถบรรเทาปัญหาโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน

บ้านพลังงานแสงอาทิตย์

                เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ได้น้อมเกล้าฯถวายบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานทางเลือก ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัท ลีโอนิคส์ จำกัด บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด และโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้ทำการปรับปรุงระบบ ด้วยการต่อระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เข้ากับสายจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายทางด้านการดูแลรักษาและจัดหาแบตเตอรี่

                ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ กรมการพลังงานทหารฯ ร่วมกับ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) ได้น้อมเกล้าถวายบ้านพลังงานแสงอาทิตย์หลังใหม่ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี เพื่อใช้ในการศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และใช้เป็นห้องแสดงผลิตภัณฑ์ของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

กระบวนการทำงาน

                เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ทำด้วยมัลติคริสตัลไลน์ ซิลิกอน (multti crystalline silicon) และเคลือบด้วยสารออกไซด์พิเศษ (special oxide) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแสง จะผลิตไฟฟ้ากระแสตรง (direct current) แล้วผ่านการแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) เป็นกระแสไฟฟ้าสลับ (alternating current) ๒๒๐ โวลต์ เพื่อให้สามารถใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ระบบผลิตกระแสไฟฟ้านี้เป็นระบบที่ไม่ต้องอาศัยแบตเตอรี่ในการเก็บประจุไฟฟ้า จะต่อตรงเข้ากับสายส่งของระบบจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง (จากโรงนมยูเอชที สวนจิตรลดา) ในกรณีที่มีพลังงานไฟฟ้าเหลือใช้พลังงานไฟฟ้าดังกล่าวจะไหลสู่ระบบจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวงโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติชนิดสิ้นเปลืองใช้แล้วหมดไป อย่างเช่น น้ำมัน  ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และน้ำ ที่นำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ทั้งนี้การนำมาใช้ร่วมกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและจัดหาแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้า

สมรรถนะเชิงเทคนิค

                เซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้ติดตั้งในโครงการบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา นั้น มีขนาดกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงสุด ๑๒๕ วัตต์ ต่อ แผง มีจำนวนรวม ๑๘ แผง (คิดเป็น ๑๗.๘๙ ตารางเมตร) ทำให้มีขนาดกำลังการผลิตสูงสุด ๒,๒๕๐ วัตต์ มีอายุการใช้งานประมาณ ๒๕ ปี

ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลม

                เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ บริษัท GEM Global Energy Management จำกัด ได้น้อมเกล้าฯ ถวายกังหันลม พร้อมอาคารควบคุมติดตั้งแบตเตอรี่สำหรับเก็บกระแสไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับการใช้พลังงานลม การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยกระบวนการทำงานของกังหันลม (wind turbine) ซึ่งนำเข้าจากประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี แบบ Stand Alone System (ติดตั้งเป็นแห่งแรกของประเทศไทย) มีกำลังการผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด ๗.๕ กิโลวัตต์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC  Direct Current) สามารถนำมาแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC  Alternating Current) ๒๒๐ โวลต์ ๕๐ เฮิรตซ์ เพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และส่วนที่เหลือใช้สามารถนำไปเก็บในแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นระบบควบคุมการเก็บกระแสไฟฟ้าแบบอัตโนมัติที่สามารถนำกระแสไฟฟ้าที่เก็บไว้มาใช้ได้อีก โดยส่วนของแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานประมาณ ๕ ปี

สมรรถนะเชิงเทคนิค

                กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า ๗.๕ กิโลวัตต์

                ความเร็วที่เริ่มทำงาน ๓ เมตร ต่อ วินาที

                ความเร็วลมที่ให้กำลังสูงสุด ๑๑.๕ เมตร ต่อ วินาที

                ความเร็วที่ลมหยุดทำงาน ไม่มี

                ความเร็วลมสูงสุดที่ทนได้ ๖๐ เมตร ต่อ วินาที

                เส้นผ่าศูนย์กลาง ๖ เมตร

                จำนวนใบพัด ๔ ใบ

                ความสูงของศูนย์กลางใบพัด ๑๙ เมตร

ขอขอบพระคุณ  หน่วยประชาสัมพันธ์ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลและภาพทางด้านพลังงานทดแทน