ผลจุฬาฯศึกษาโซลาร์รูฟท็อปเสรี แต่ละภาคมีระยะคุ้มทุนต่างกัน เฉลี่ยคืนทุน 10 ปี

9 ต.ค. 2560

               ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงเวลานี้ ทุกๆ คนในวงการโซลาร์เซลล์กำลังรอคอยการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานว่าจะให้การอุดหนุนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อปเสรี) ที่มีนโยบายจะเปิดรับซื้อไฟฟ้าในช่วงต้นปีหน้า  ในราคาเท่าไหร่ ปริมาณเท่าใด  ในเบื้องต้นได้มีข่าวออกมาตามสื่อต่างๆ ว่าจะรับซื้อในราคาหน่วยละ 2.6 บาท ในปริมาณ ไม่เกิน 1,000 เมกกะวัตต์ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันตัวเลขออกมาอย่างเป็นทางการ

                อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กลับไปพิจารณารายละเอียดการติดตั้งไฟฟ้าของครัวเรือนให้เป็นหลักเกณฑ์เดียวและให้เปิดรับซื้อให้ครอบคลุมทุกภาคเพื่อความโปร่งใส  โดยพพ.จะมีการหารือกับทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง ในสัปดาห์นี้ ก่อนสรุปเสนอ กบง.ช่วงกลางเดือน และเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)พิจารณาในการประชุมช่วงสิ้นเดือนตุลาคม 2560 

                นับจากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าผลการประชุมจะออกมาในรูปแบบใด รัฐบาลให้การอุดหนุนมากหรือน้อย การตัดสินใจที่ชัดเจนและโปร่งใส ย่อมจะทำให้อุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์กระชุ่มกระชวยขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย หลังจากที่ตกอยู่ในสภาวะเฝ้ารอความชัดเจนของนโยบายโซลาร์รูฟท็อปเสรีมานานพอสมควร

                ณ สถานการณ์ก่อนที่จะทราบตัวเลขอย่างเป็นทางการของอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน และจำนวนเมกกะวัตต์ที่รัฐจะให้การอุดหนุน  iNTREND ENERGY ขอนำเสนอผลการศึกษาบางส่วนของสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่ง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ว่าจ้างให้ศึกษาวิเคราะห์โครงการนำร่องการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟเสรี และได้มีการจัดงานสัมมนาสรุปผลศึกษาไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 มาเผยแพร่ ให้ทราบถึงตัวเลขที่จุฬาฯนำเสนอ ซึ่งถ้ารัฐบาลมีการรับซื้อไฟฟ้าในอัตราที่เสนอแนะจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าน้อยมากๆ

                การศึกษาวิเคราะห์โครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรีของจุฬาฯ เป็นการพิจารณาในมิติด้านเศรษฐศาสตร์ และผลกระทบทางด้านเทคนิคต่อระบบไฟฟ้า และสังคม เพื่อนำผลการวิเคราะห์โครงการฯ มาใช้ประกอบการนำเสนอแนวทางการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปเสรี โดยมีข้อเสนอให้มีนโยบายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าใช้เองด้วย Rooftop PV ด้วยมาตรการ Net Billing ให้ผลิตเองใช้เองก่อน หากเหลือไฟฟ้าไหลย้อน  ให้มีการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราที่เหมาะสม  โดยมิเตอร์จะเก็บข้อมูลไฟฟ้าไหลเข้า และออก ทุกชั่วโมง  ถ้าหากไฟฟ้าไหลเข้ามากกว่าไหลออก ลูกค้าต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้าให้การไฟฟ้า  แต่ถ้าไฟฟ้าไหลออกมากกว่าไหลเข้า การไฟฟ้าจ่ายเงินให้ลูกค้า

                สำหรับรูปแบบการศึกษานั้น ได้มีการจำแนกอัตราตามกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า ที่ประกอบด้วยบ้านอยู่อาศัย กิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง  กิจการเฉพาะอย่าง  อาคารขนาดใหญ่  และองค์กรไม่แสวงกำไร  มีระยะเวลาส่งเสริมหรือ ระยะเวลาสัญญารวม 25 ปี และมีการปรับเปลี่ยนอัตราตามรอบค่าไฟฟ้าฐาน (เช่น ทุกๆ 3 ปี) สำหรับโครงการใหม่ที่จะเข้าระบบ  คณะวิจัยฯ ได้เสนออัตรารับซื้อไฟฟ้าไหลย้อนเป็นทางเลือกให้กระทรวงพลังงานเลือกสามอัตรา (สูง กลาง  ต่ำ) ซึ่งถ้าหากพิจารณาดูระยะเวลาคืนทุน (IRR) ของอัตรารับซื้อไฟฟ้าระดับราคาปานกลางจะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ส่วนจะคืนทุนเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้า และความเข้มของแสงอาทิตย์ในแต่ละพื้นที่

                  ผลการศึกษาของจุฬาฯ ได้มีการสรุปภาพรวมของผลตอบแทนตามเขตพื้นที่ของมาตรการสนับสนุนแบบ Net Billing โดยนำเสนออัตรารับซื้อไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัยในราคาหน่วยละ 1.5 ถึง 3.7 บาท ซึ่งจะทำให้บ้านอยู่อาศัยในภาคเหนือได้รับผลตอบแทน (IRR) 6.9 ถึง 10.5 เปอร์เซ็นต์ มีระยะเวลาคืนทุน (PB) 11.3 ถึง 15 ปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับผลตอบแทน (IRR)  7.6 ถึง 10.8 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุน (PB) 9.9 ถึง 14.1 ปี ภาคกลาง ได้รับผลตอบแทน (IRR)  7.6 ถึง 10.7 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุน (PB) 10 ถึง 14.1 ปี กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรสาคร  ได้รับผลตอบแทน (IRR)  10.4 ถึง 11.4 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุน (PB) 9.4 ถึง 11.6 ปี  ภาคใต้  ได้รับผลตอบแทน (IRR)  8.1 ถึง 10.8 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุน (PB) 9.9 ถึง 13.5 ปี

                สำหรับกิจการขนาดเล็กนั้น จุฬาฯ ได้นำเสนออัตราการรับซื้อไฟฟ้าหน่วยละ 1.5 ถึง 3.5 บาท โดยกิจการขนาดเล็กในภาคเหนือ ได้รับผลตอบแทน (IRR) 8.8 ถึง 11 เปอร์เซ็นต์ มีระยะเวลาคืนทุน (PB)9.8 ถึง 13.1 ปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับผลตอบแทน (IRR) 7.9 ถึง 10.7 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุน (PB) 10 ถึง 13.8 ปี ภาคกลาง ได้รับผลตอบแทน (IRR)  7.8 ถึง 10.6 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุน (PB) 11.3 ถึง 13.8 ปี กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรสาคร  ได้รับผลตอบแทน (IRR)  10.9 ถึง 11.4เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุน (PB) 9.4 ถึง 9.8 ปี ภาคใต้  ได้รับผลตอบแทน (IRR) 8.5 ถึง 10.9 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาคืนทุน (PB) 9.8 ถึง 13 ปี

                ทั้งนี้ ผลศึกษากำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้า แบ่งเป็น 3 กรณี คือ กรณีที่ 1. รับซื้อ 6,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579 หรือ 300 เมกะวัตต์ต่อปี จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า 0.7 ถึง 1.4 สตางค์ต่อหน่วย  กรณีที่ 2 รับซื้อ 12,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579 หรือ 600 เมกะวัตต์ต่อปี จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า 1.4 ถึง 2.8 สตางค์ต่อหน่วย และกรณีที่ 3 รับซื้อ 3,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2563 หรือ 1,000 เมกะวัตต์ต่อปี จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า 0.8 ถึง 1.4 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งทั้ง 3 กรณีส่งผลกระทบต่อไฟฟ้าไม่เกิน 3 สตางค์ต่อหน่วย