ถอดรหัสสายพันธุ์รถยนต์ไฟฟ้าในงานมอเตอร์โชว์ 2018

30 มี.ค. 2561

            งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2018  ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานีปีนี้ เหล่าบรรดาค่ายรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำพร้อมใจกันขนรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาโชว์ให้แฟนพันธุ์แท้ได้ชมกันอย่างจุใจกว่า 20 รุ่น มีทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle) ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle ) และรถยนต์ HEV (Hybrid Electric Vehicle)

              หลังจากสำรวจดูรถยนต์ไฟฟ้าจนครบหมดทุกแบรนด์แล้วพบว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่ค่ายรถไฟฟ้านำมาโชว์ในงาน มีมากถึง 5 แบรนด์ โดยเป็นแบรนด์ใหม่เอี่ยม 3 แบรนด์ ส่วนอีก 2 แบรนด์ คือ Tesla Model X ที่มีชื่อเสียงมานานในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และ hyundai ioniq Electic ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

              แบรนด์แรกของรถยนต์ปลั๊กอินพันธุ์แท้ 100% ที่เข้าไปในงานก็รู้สึกสะดุดตากับรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ก็คือ “FOMM ONE” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสายพันธุ์ญี่ปุ่น แต่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ชนิด NMC (นิเกิล แมงกานีส โคบอลต์) ราคาเริ่มต้นที่ 599,900 บาท

               แบรนด์ที่สอง คือค่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เป็นรถปลั๊กอิน ใช้พลังไฟฟ้า 100% นำเข้าจากประเทศจีน ที่ขนรถยนต์ไฟฟ้ามาโชว์ในงานถึง 3 รุ่น คือ รถยนต์นั่งทั่วไป BYD e6 รถยนต์อเนกประสงค์ BYD VAN และรถ BYD BUS โดยรถยนต์ทุกรุ่นใช้แบตเตอรี่ Lithium-iron Fe

                 แบรนด์ที่สาม ถึงแม้รถที่นำมาโชว์ในงานจะเป็นเพียงรถต้นแบบ แต่มีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะประกาศตัวว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสายพันธุ์ไทย 100% คือรถยนต์ไฟฟ้า “MINE Mobility” ของเครือ EA รถต้นที่แบบที่นำมาโชว์มีด้วยกัน 3 รุ่น คือรถรุ่น City EV , MPV EV และ Sport EV โดยทุกรุ่นใช้แบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน

               แบรนด์ที่สี่ คือรถ Tesla Model X เป็นรถยนต์สเปกฮ่องกง มี 3 รุ่นย่อยตามขนาดของแบตเตอรี่ ได้แก่ 75 D ราคา 6.78 ล้านบาท , 100 D ราคา 7.98 ล้านบาท และรุ่น P100 D ราคา 11.39 ล้านบาท สามารถสั่งจองในงานกับ แชโนเวชัน ( Sharenovation ) ในเครือของ ชาริช โฮลดิ้ง ได้

               แบรนด์ที่ห้า คือรถ Hyundai ioniq Electic 2018 แบตเตอรี่เป็นลิเธียม-ไอออน โพลีเมอร์ ขนาด 28 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ชาร์จไฟบ้าน (AC) 12 ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทาง 280 กม. ตอนนี้มีจำหน่ายแล้ว ราคาเริ่มต้นที่ 1.749 ล้านบาท

                ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าลูกผสม “ปลั๊กอินไฮบริด” นั้น มีให้เลือกช้อปทั้งรถญี่ปุ่นและยุโรป  ค่ายนิสสันได้นำรถไฟฟ้ามาโชว์ในงาน 2 รุ่น คือ นิสสัน ลีฟ ใหม่ และ นิสสัน NOTE  E-Power ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปั่นมอเตอร์ไฟฟ้า) ทำให้ภายในรถมีทั้งเครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) อินเวอร์เตอร์ (Inverter) และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยรถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น

               ค่ายตราดาวสามแฉก MERCEDES BENZ ประสบความสำเร็จจากการแนะนำรถปลั๊กอินไฮบริด รุ่น EQ หรือ “Electric Intelligence” นวัตกรรม Plug-in Hybrid ของเมอร์เซเดส-เบนซ์  รุ่น C 350e ออกสู่ตลาดเมื่อปลายปีที่แล้ว มาคราวนี้เลยขนรถปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้มาโชว์กันแบบจัดเต็มเป็นพิเศษ

               ค่าย BMW ขนรถปลั๊กอินไฮบริดที่สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งจากระบบไฟฟ้า และน้ำมัน มาโชว์ในงานให้เลือกช้อปกันอย่าจุใจถึง 4 รุ่น ประกอบด้วยรุ่น 330 e M Sport  รุ่น 740 Lex Drive Pure Excellence รุ่น 530e M Sport และ BMW i8

                 ค่ายปอร์เช่ ไม่ยอมน้อยหน้า ยังคงนำรถปลั๊กอินไฮบริด  รุ่น Panamera 4 e-Hybrid สนนราคา 9,400,000 และ Cayenne e- Hybrid ราคา 7,500,000 ค่ายวอลโว่มีรถปลั๊กอินไฮบริดมาโชว์มากถึง 3 รุ่น คือ VOLVO S90 , XC60 และ XC90

                ส่วนค่ายมิซูบิชิยังคงนำรถต้นแบบ MITSUBISHI GT-PHEV CONCEPT รถเอนกประสงค์แบบ SUV ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เข้าด้วยกัน วิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 120 กม.และเพิ่มระยะทางสูงสุดเป็น 1,200 กม. เมื่อใช้การขับขี่รูปแบบ COMBINED MODE ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มาโชว์ในงาน

               ทั้งหมดคือรถยนต์ไฟฟ้าที่บรรดาค่ายรถต่างๆ นำมาโชว์ในงานให้คนไทยได้ยลโฉมกันอย่างคึกคักเป็นพิเศษ