ต้านไม่อยู่! กระแสโซลาร์เซลล์โตไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ “นิว เอนเนอร์จี้ พลัส” ฟันธง ถ้าได้แบตฯดี ราคาไม่แพง รับรองไปโลด

6 ก.ย. 2560

               ตั้งแต่รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยกำหนดส่วนเพิ่มอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Adder  จากโรงไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนพื้นดิน (Solar Farm) ช่วง ปี พ.ศ. 2552 และรับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed in  Tariff(FIT) จากการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในปี พ.ศ. 2556 ได้ทำให้เกิดการตื่นตัวในอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ มีคนสนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์กันอย่างคึกคัก ส่งผลให้มีผู้ประกอบการเข้าสู่ธุรกิจนี้กันเป็นจำนวนมาก

                ช่วงเวลานั้น  วิศวกรมืออาชีพประสบการณ์ตรงจากโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ได้ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส จำกัด (NEP) ขึ้นมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554  โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริการทางด้านวิศวกรรม ที่ปรึกษา ออกแบบโครงการ เพื่อติดตั้งโรงไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ครบวงจร

                การก่อตั้งกิจการในครั้งนั้นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์รูฟท็อปจำนวนมากมายหลายร้อยโครงการ และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์คุณภาพ ได้มาตรฐานโดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญครบทุกสาขา ทั้งในด้านวิศวกรรมไฟฟ้า โยธา เครื่องกล และพลังงาน โดยมีประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์โดยตรงมานานกว่า 10  ปี

 

                 กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการจนนำมาสู่ความยอมรับอย่างสูงในวันนี้ คุณสุริยา ชัยปัญญา กรรมการบริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส จำกัด คีย์แมนคนสำคัญที่มีส่วนร่วมก่อตั้งบริษัทได้เล่าถึงสถานการณ์ ในช่วงบุกเบิกกิจการใหม่ๆ ว่าต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคหลาย ๆ ประการ เพราะเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ถัดจากนั้นไม่นานก็มีการชุมนุมทางการเมือง แต่ด้วยประสบการณ์ของทีมงานจึงทำให้สามารถประคองกิจการให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง   โดยในช่วงปีแรกๆของการ เริ่มธุรกิจ ได้รับความไว้วางใจให้ เป็นผู้รับเหมาช่วง  ไป ติดตั้งโซลาร์ฟาร์มให้กับ บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด และบริษัท กันกุล พาวเวอร์เจน จำกัด ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้การเคหะแห่งชาติสำนักงานใหญ่ บึงกุ่ม และ MMAX ฯลฯ

                ปี พ.ศ. 2556 รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนให้ติดเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการโซลาร์ รูฟท็อป เฟส 1 จำนวน 50 โครงการ และเข้าร่วมโครงการลดการใช้พลังงานอีก 25 โครงการ ต่อมาปี พ.ศ.2557 ได้รับการขึ้นทะเบียนแนะนำรายชื่อผู้ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับโครงการโซลาร์ รูฟท็อป และโครงการลดการใช้พลังงานอีก มากกว่า 50 โครงการ

                เมื่อเข้าสู่ปี พ.ศ. 2558 นับเป็นปีที่ “นิว เอ็นเนอร์จี พลัส” เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะได้รับความไว้วางใจให้ติดตั้งโครงการโซลาร์ รูฟท็อป และโซลาร์ฟาร์ม ทั้งภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานราชการ  โดยได้ติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป ขนาด 1  Mwp ที่ อ.บางเสาธง สมุทรปราการ ,รับเหมาช่วงติดตั้ง ขนาด 115 KWp ที่ ปตท. LNG ระยอง, ขนาด 100 kWp ที่ประเทศกัมพูชา ได้ติดตั้งให้กับโครงการภาครัฐบาล ได้แก่  ทต. โนนปอแดง จ.เลย  โครงการเกาะสะอาด ของพพ.ที่เกาะพะลวย จ.สุราษฎร์ธานี และโครงการเลี้ยงสาหร่าย ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  นอกจากนั้นยังได้เข้าร่วมโครงการโซลาร์รูฟท็อป เฟส 2 จำนวนกว่า 200 โครงการ ทั้งยังได้เป็นเจ้าของ PPA โซลาร์รูฟท็อป (10 Kwp) อีก 120 โครงการ...

 

                “ช่วงปี 2558-59 โซลาร์เซลล์เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง บริษัทเราทำธุรกิจมาหลายปีพลอยได้รับอานิสงค์ไปด้วย ปี 59 ถือว่าเป็นปีทองของวงการโซลาร์เซลล์ เพราะในภาคอุตสาหกรรมสนใจติดตั้งกันเยอะขึ้น ถึงแม้ว่าโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนจะเหลือน้อยและทยอยหมด ทำให้ผู้ติดตั้งหลายรายเริ่มได้รับผลกระทบ แต่บริษัทของเราอาศัยผลงานและชื่อเสียงที่สั่งสมมานานทำให้ยังคงมีงานติดตั้งเพื่อลดค่าใช้จ่ายการใช้พลังงานเข้ามาให้ทำอย่างต่อเนื่อง”

                ทั้งนี้ “คุณสุริยา” ได้กล่าวถึงทิศทางการตลาดของ “นิว เอ็นเนอร์จี พลัส” ว่า ถึงแม้ ณ เวลานี้ยังไม่มีความชัดเจนว่านโยบายโซลาร์รูฟท็อปเสรีจะประกาศใช้เมื่อไหร่ และรัฐจะให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (กฟน/กฟภ.) รับซื้อไฟฟ้าที่ยูนิตละเท่าไหร่  แต่ทีมงานของบริษัททุกคน ยังคงมีขวัญและกำลังใจในการเดินหน้า  ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์อย่างมีคุณภาพได้มาตรฐานวิศวกรรมต่อไปเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ให้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ และมีความมั่นใจว่าปี 2560 นี้จะยังคงสามารถรักษาอัตราการเติบโตของธุรกิจให้มีความต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายว่าจะรุกตลาดกลุ่มบริษัท ห้างร้านที่ใช้ไฟปริมาณมาก ๆ ที่มีการใช้ไฟตอนกลางวัน หรือกลุ่มโรงงานที่ต้องเดินเครื่องจักรตลอดเวลา ซึ่งต้องการประหยัดค่าไฟฟ้า เพราะทุกวันนี้ราคาติดตั้งโซลาร์เซลล์ลดลงจากเดิมค่อนข้างมาก ถ้าติดตั้งระบบออนกริด (ON GRID) ซึ่งเป็นระบบโซลาร์เซลล์แบบต่อขนานเข้ากับระบบสายส่งของการไฟฟ้าฯ

                                        

               “ตอนนี้กระแสโซลาร์เซลล์ต้านไม่อยู่ ปีที่ผ่านมาห้างเทสโก้ โลตัส ติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว ได้ทั้งความประหยัดได้ภาพลักษณ์อนุรักษ์ธรรมชาติ และลดโลกร้อน เท่ากับเป็นการจุดประกายให้วงการห้างสรรพสินค้าตื่นตัว จนเวลานี้ทุกๆห้างแทบจะติดโซลาร์เซลล์กันหมด ถ้าหากซื้อไฟหน่วยละสี่บาทกว่าขึ้นไป เมื่อเทียบกับติดโซลาร์เซลล์ ถึงจะต้องลงทุนก้อนแรกค่อนข้างมาก แต่ถ้าคำนวณกับระยะเวลาใช้ไฟฟรี 25 ปี บวกค่าบำรุงรักษาที่แสนจะต่ำแล้ว ต้นทุนค่าไฟฟ้าจะลดลงเหลือแค่หน่วยละ 2 บาทนิดหน่อย ” คุณสุริยากล่าว

                “การลงทุนก้อนแรกเป็นเงินก้อนใหญ่ก็จริง แต่เมื่อเทียบกับซื้อค่าไฟหน่วยละ 4.20 บาท เท่ากับประหยัดหน่วยละ 2 บาท ถ้าบ้านไหนใช้ไฟมาก ๆ จะใช้เวลาแค่ 7 ปีก็คืนทุน แต่ระบบนี้ติดตั้งไปแล้วใช้งานได้นานถึง 25 ปี เท่ากับว่าหลังจากปีที่ 7 คือกำไร เพราะได้ใช้ไฟฟรี ปัญหาอุปสรรคตอนนี้ก็มีเพียงแต่ในขั้นตอนการติดตั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเพราะต้องขออนุญาตหลายหน่วยงาน มีทั้งขอดัดแปลงอาคาร  ขอใบยกเว้นฯ และขอขนานไฟจากการไฟฟ้า”

                ข้อจำกัดดังกล่าวส่งผลให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้รับความนิยมเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากๆ และกลุ่มคนที่ตื่นตัวในเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อม แต่ด้วยเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา  “คุณสุริยา” มีความมั่นใจว่าถ้าวันไหนสามารถผลิตแบตเตอรี่คุณภาพสูงเพื่อเก็บกักพลังงานได้เยอะขึ้น และมีราคาถูกลง  ความต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ก็จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง