ตลาดโซลาร์เซลล์-รถไฟฟ้าEV ระอุ โพลีเทคโนโลยี พร้อมลุย!

25 มี.ค. 2561

                โซลาร์เซลล์และรถไฟฟ้า EV กำลังเป็นสิ่งที่คนในวงการพลังงานลุ้นกันอย่างใจจดใจจ่อว่าจะพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมที่สร้างงาน สร้างรายได้ ให้คนไทยในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรมได้เมื่อไหร่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ และรถยนต์ไฟฟ้า EV ถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่ยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกยาวนานกว่าจะทัดเทียมกับรถยนต์ที่ใช้พลังงานฟอสซิลที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

                แต่จู่ๆกลับมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและร่นระยะเวลาเร็วขึ้น จนทำให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุกวันนี้มีต้นทุนถูกลงจนคุ้มค่าต่อการลงทุน ขณะที่รถไฟฟ้า EV นั้นล่าสุดเริ่มมีคนนำรถไฟฟ้า BEV หรือรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% เข้ามาขายให้คนไทยได้ใช้กันแล้ว

                ประเด็นสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือทั้งโซลาร์เซลล์และรถไฟฟ้า EV มีความเกี่ยวพันกันอย่างแนบแน่น!

“โซลาร์เซลล์” เป็นอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ส่วน “รถไฟฟ้า EV” เป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ทำให้มีนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์มั่นใจในทิศทางของโซลาร์เซลล์ และรถไฟฟ้า EV ว่าจะช้าจะเร็วก็ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

                เขาคนนั้นคือ...คุณณรัตน์ไชย หลีระพันธ์ ประธาน บริษัท โพลีเทคโนโลยี จำกัด อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย ที่ทุ่มสรรพกำลังบุกเบิกธุรกิจโซลาร์เซลล์และรถไฟฟ้า EV มาไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยได้จับมือกับ Greenlots บริษัท บีเอ็มดับเบิ้ลยู (ประเทศไทย) จำกัด เซ็นทรัล กรุ๊ป และบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) สร้างเน็ตเวิร์ก ChargeNow เครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะขึ้นมา

                การออกสตาร์ทในธุรกิจโซลาร์เซลล์และรถไฟฟ้า EV ก่อนใคร นับเป็นเรื่องไม่น่าประหลาดใจเท่าไหร่นัก สำหรับคนในแวดวงพลังงานและอุตสาหกรรม เพราะหลาย ๆ คนคุ้นเคยกับผู้นำองค์กรนี้อย่างดีในฉายา... “เจ้าพ่อเฟส1”  ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ๆ มานานกว่า 40 ปีแล้ว

พลังงานโซลาร์เซลล์มีความจำเป็นต่อประเทศไทยอย่างไรในสายตาคุณณรัตน์ไชย

                ตอนนี้หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมโซลาร์เซลล์กลายมาเป็นความจำเป็นของโลก เหตุผลหลักๆ มาจากคนเริ่มมองเห็นว่าเชื้อเพลิงจากฟอสซิลทำให้เกิดปัญหา carbon emission และ pollution ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาโลกร้อน อากาศแปรปรวน ทำให้มีการตั้งเป้าหมายว่าต้องลดอุณหภูมิโลกลง 2 องศาเซลเซียส เพื่อลดปัญหาความร้อนที่ทำให้ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ขณะเดียวกันถ้าวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐาน เมืองไทยไม่มีแหล่งพลังงานที่เข้มแข็งพอ เรามีแก๊สอ่าวไทยอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีคุณภาพที่ดีมากนัก ปริมาณก็มีไม่ค่อยมาก ดังนั้นจึงเป็นประเด็นว่าเราต้องซื้อแก๊สจากพม่า ซื้อไฟฟ้าจากลาวที่มีเขื่อนเยอะแยะจนได้ฉายาแบตเตอรี่แห่งเอเชีย พอเวลาผ่านไป ประเทศพม่ากำลังเติบโต เราก็เจอปัญหาแก๊สไม่พอ  แหล่งบงกซผลิตแก๊สไม่เข้าเป้า ทุกเดือนเมษายนต้องชัตดาวน์ 1 ถึง 2 สัปดาห์ รัฐต้องวิ่งหาซื้อ LNG เข้ามาเสริม ขณะที่ไฟฟ้าที่ซื้อจากลาวเริ่มมีปัญหาเพราะจีนกั้นเขื่อนแม่น้ำแยงซีเกียง ทำให้ลาวผลิตไฟฟ้าได้น้อยลงจนต้องทำโครงการโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์

แสดงว่าในอนาคตประเทศไทยจะพึ่งพิงพลังงานจากพม่าและลาวได้น้อยลง

                ปัญหาขาดแคลนพลังงานในบ้านเราจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราบริโภคพลังงานน้อยลง แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่คนไทยยังบริโภคพลังงานอย่างฟุ่มเฟือย และมีการบริหารจัดการไม่ดีพอ บางที่ผลิตมาทิ้ง บางพื้นที่ผลิตไม่พอใช้ เลยเกิดความไม่สมดุล ครั้นจะทำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือถ่านหินก็มีกระแสต้าน พอจะพิจารณาจากแหล่งอื่น อย่างน้ำ ก็มีเสียงค้านว่าทำลายป่าไม้ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม สิ่งเหล่านี้คือภาพรวมด้านพลังงานใหญ่ๆ ซึ่งขยับไม่ได้ ก็เลยเกิดแนวคิดว่าประเทศต้องบริหารจัดการพลังงานให้ใช้อย่างประหยัดก่อนจึงจะรู้ว่าต้องผลิตอีกเท่าไหร่ ก็เลยเกิดนโยบาย Energy efficiency คือการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ต้องมีการวางแผนและควบคุมการใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด นี่คือโจทย์ที่ประเทศไทยหรือทุกประเทศในโลกต้องเดินไปในทิศทางนี้ในอนาคต

การผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดใช่ไหม

                ตอนนี้ประเทศเยอรมัน และญี่ปุ่น พากันยกเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หันมาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ และเอนเนอร์จี สตอเรจ เก็บกักพลังงานจากแสงอาทิตย์เอาไว้ใช้ตอนกลางคืน ซึ่งในประเทศจีนเองก็ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เยอะมาก ฉะนั้นทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันว่าต้องจัดการระบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล ดังนั้นโครงการที่รัฐบาลไทยต้องทำคือสมาร์ทซิตี้ และสมาร์ทกริด เพื่อบริหารจัดการไฟฟ้าอย่างสมดุล ที่ไหนใช้น้อยก็จ่ายไฟน้อย ที่ไหนใช้มากก็จ่ายไฟมาก โดยใช้ไอซีทีเข้ามาช่วย ทำให้มีข้อมูล และมีการจัดการที่สั่งการได้บนสมาร์ทกริด คือทำให้กริดมีความเสถียรและบริหารจัดการได้โดยนำพลังงานหมุนเวียนอย่างแสงอาทิตย์เข้ามาเสริม

สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างไร

                ภาคเอกชนมองว่าเป้าหมายที่รัฐบาลจะเดินไปสู่การผลิตไฟใช้อย่างคุ้มค่า ควรเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง ภาครัฐหรือการไฟฟ้าฯเป็นผู้ทำหน้าที่ลงทุนด้าน infrastructure เช่นทำถนนให้ไฟฟ้าวิ่งขึ้นไปหา ไม่ใช่ทำจากแหล่งใหญ่ส่งลงมา คือไม่ใช่ท็อปดาวน์ ต้องท็อปอัพ ต้องกลับทางจากที่กำลังทำกันอยู่ในปัจจุบัน เพราะจะทำให้ทุกคนได้ประโยชน์และรู้สึกมีส่วนร่วม อย่างน้อยผลิตไฟใช้เอง ฝนตก ฟ้าร้อง มีไฟเก็บ มีไฟใช้ นี่คือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น รัฐไม่จำเป็นต้องลงทุนเป็นแสนล้านสร้างโรงไฟฟ้าใหญ่ๆ แต่กลับมาให้โรงไฟฟ้าผลิตโดยผู้ใช้งาน บ้าน โรงงาน หรืออะไรก็ตามที่เป็นผู้ใช้สามารถจัดการบนพื้นฐานของประสิทธิภาพ อย่างเช่นใช้หลอดไฟแอลอีดีเพื่อประหยัดไฟ  ใช้โซลาร์ผลิตไฟ คือโซลาร์ใช้ได้เฉพาะกลางวัน ประมาณสี่ห้าชั่วโมง  แต่ช่วงกลางคืนไฟฟ้ายังไม่พอต้องใช้ไฟหลวง นี่คือเทรนด์ที่ต้องเดินต่อไปในอนาคตข้างหน้า สำหรับปัจจุบัน กระแสที่กำลังมาแรงคือการพัฒนาเอนเนอร์จี สตอเรจ ใช้แบตเตอรี่เก็บไฟตอนกลางวันเอาไว้ใช้ตอนกลางคืน

ทิศทางการบริหารจัดการพลังงานที่เดินไปอย่างนี้ “โพลีเทคโนโลยี” จะเดินธุรกิจไปอย่างไรให้สอดคล้องสถานการณ์

                โพลีเทคโนโลยีมีจุดแข็งคือทีมวิศวกรที่บุกเบิกธุรกิจมานานกว่าสี่สิบปี ตั้งแต่ตอนผมอายุ 25 ปี คือจบวิศวะมาทำงานปีสองปีก็ก่อตั้งบริษัททำงานด้านปรับปรุงประสิทธิภาพอุตสาหกรรมทางด้านออโตเมชั่น สมัยนั้นน่าจะประมาณยุค 1.0 ต่อเนื่องถึง 2.0 สิ่งที่เราทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงคือปรับปรุงการผลิตจากใช้คน ใช้ตา มาเป็นเครื่องมือวัด ควบคุม และเครื่องประกอบ ทำให้ระบบให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพได้สูงสุดมีความคงเส้นคงวา มีมาตรฐาน เรียกว่าระบบ Industry automation & control หรือระบบ Factory automation

ช่วงที่เริ่มทำเป็นยุคบุกเบิก สนุกมาก ถัดจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นระบบควบคุมจากคอมพิวเตอร์ จนสิบกว่าปีหลังขยายผลมาเป็นระบบ  West base  ระบบ Cloud base ทุกอย่างต้องเข้าระบบคอมพิวเตอร์กลาง แล้วสั่งเปิดวาล์ว เปิดปั๊ม พอยุคนั้นผ่านไป ก็กลายเป็นระบบที่ใส่ความฉลาดไปในเครื่องวัดอุณหภูมิ ความดัน และการไหล ทุกอย่างสามารถวิเคราะห์เอง โดยใส่ไมโครชิป และไมโครโพรเซสเซอร์ ลงในอุปกรณ์ แล้วมีระบบแลนภายในตัวมันเองให้สามารถสื่อสารกันข้างในได้ ผู้ควบคุมระบบมีหน้าที่ดูบนเน็ต บนมือถือ สิ่งเหล่านี้คือโลกของนวัตกรรมและความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม

โพลีเทคโนโลยี เติบโตกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาโดยตลอด

                เราเป็นผู้นำ บุกเบิกมาตลอด ทำไปทำมา โอ้โห คู่แข่งกลายเป็นเจ้าของสินค้ามาเอง เพราะเมืองไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ใครๆก็อยากมาตั้งจุดเริ่มต้นกันที่เมืองไทย เพื่อเปิดประตูสู่ประเทศข้าง ๆ ไทยเรากลายเป็นที่ ๆ เขามาแล้วมีความสุข มีความเสรีมาก เขาก็เข้ามาตั้งบริษัทกันเอง สุดท้ายยักษ์ใหญ่มาเองหมด แต่เราเหนื่อย ก็ต้องปรับตัวให้เป็นบริษัททำงานรับเหมา เอาระบบมาทำระบบรับเหมา ไปก่อสร้าง ทำระบบเอง เอาระบบคอมพิวเตอร์มาควบคุม เราต้องเอาการผลิตมาคิดให้สั่งการได้ แทนที่จะขายแต่เครื่องมือ เพราะไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่ม ต้องเปลี่ยนมาขายระบบ ทำไปทำมา มาบตาพุดมีท่อแก๊สขึ้นมา เราก็ขยับมาพัฒนาให้ท่อแก๊สใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากระบบมือ หรือระบบแมนนวล ก็เปลี่ยนเป็นระบบนิวเมติก  ใช้ลมมาสั่งเปิด-ปิด จากนิวเมติกมาเป็นอะนาล็อก แต่พอมาเป็นดิจิตอลก็พัฒนาสู่ยุค 2.0  3.0  ที่เครื่องไม้เครื่องมือมีความฉลาด เราต้องทำให้เป็นระบบคอนโทรลอัตโนมัติ แล้วเข้าสู่ธุรกิจวางท่อแก๊ส วางท่อเคมี

เท่ากับว่าโพลีเทคโนโลยีเข้าสู่ธุรกิจพลังงานตั้งแต่ยุคนั้น

                ตอนนั้นนอกจากวางท่อแก๊สแล้ว เรายังขยายธุรกิจไปสู่การเป็นผู้ซื้อขายแก๊ส ซื้อขายน้ำมัน ส่วนของคลังน้ำมันนั้นเราขยายผลไปเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านรับเหมาทำระบบให้โรงงาน คลังน้ำมัน  ท่อน้ำมันต่างๆ ให้เป็นระบบมาตรฐานที่ทำงานอัตโนมัติได้ แล้วขยับมาเป็นบริษัททำท่อแก๊ส เข้าไปซื้อขายในมาบตาพุด ไปตามนิคมอุตสาหกรรม ส่วนของโรงไฟฟ้า ไอพีพี เอสพีพี ก็ใช้ระบบแก๊สเข้าไป เราเป็นผู้เชี่ยวชาญทำเรื่องระบบซื้อขายแก๊ส (Metering system) ต่อมาก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ทำโครงการสถานีแม่ (Mater Station) เป็นโครงการนำร่องเฟส 1 ที่รังสิตกับลาดหลุมแก้ว

                หลังจากนั้นเราก็พัฒนาสถานีแม่เพื่อส่งแก๊สให้สถานีลูก รถขนส่งเอ็นจีวีคันแรกเราก็เป็นผู้ออกแบบให้ปตท.ใช้ปฏิบัติการขนส่งแก๊ส ต่อมามีการเปิดประมูล เริ่มมีคู่แข่งก็เข้ามามากขึ้น  6-7 ปีก่อน ตลาดเอ็นจีวีเติบโตเร็วมาก ก่อนที่จะร่วงลงมาในช่วงที่จีนและเกาหลีเข้ามาแข่งขัน ตัดราคา  ประกอบกับความนิยมเริ่มลดลง ทำให้เราต้องมองหาธุรกิจใหม่ๆ

ธุรกิจใหม่ที่สนใจลงทุนในช่วงนั้นคืออะไร

                ห้าปีที่แล้วเราเริ่มทำเสาไฟโซลาร์เซลล์  เป็นเสาไฟถนนตามภูมิภาค ทางภาคอีสาน จากนั้นก็เข้ามาบุกเบิกทำธุรกิจโซลาร์เซลล์  ทำโซลาร์ฟาร์ม  โซลาร์รูฟท็อป  และรถไฟฟ้า EV  เมื่อประมาณสี่ห้าปีที่แล้วเราเอารถ Tesla มาโชว์ที่ไบเทค คือมีทั้งรถยนต์ไฟฟ้า และระบบโซลาร์เซลล์ เราทำร่วมกับสิงคโปร์  จากนั้นก็ติดต่อบริษัทที่ทำรถบัสไฟฟ้า และระบบแบตเตอรี่ลิเธียม (Energy Storage) ตอนนั้นไปดูงานถึงเมืองจีน พอกลับมาก็เสนอโครงการให้การไฟฟ้า ปรากฏว่าราคาแพงเกินไป คันละยี่สิบกว่าล้าน เขามีงบอยู่สิบกว่าล้าน ทำไม่ได้ ก็เปลี่ยนมาทำแท็กซี่ คือในช่วงที่คลุกคลีเรื่องพวกนี้ ทำให้ต้องมาทำโซลาร์เซลล์โดยปริยาย ซึ่งสองสามปีหลัง โซลาร์รูฟท็อป และโซลาร์ฟาร์มโตเร็วมาก เราได้เป็นพาร์ทเนอร์กับหัวเว่ยซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งของโลกทางด้านอินเวอร์เตอร์ด้วย

ได้พาร์ทเนอร์ที่แข็งแรงมากๆ        

                ปัจจุบันหัวเว่ยใหญ่ที่สุด ก้าวหน้าที่สุด ถือว่าเป็นจุดแข็งและเป็นจุดขายที่ดี เพราะมีความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีที่ทำแล้วได้ยิลด์สูงสุดถึง 99 เปอร์เซนต์ เขามีความโดดเด่นตรงที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี maximum power point tracking (MPPT) คือได้ยิลด์สูงสุดจากการแบ่งบริหารพื้นที่ในการรับไฟฟ้าเป็นสี่ส่วน ทำให้การติดตั้งโซลาร์บนหลังคา ถ้ามีเมฆบังส่วนหนึ่ง อีกสามส่วนยังคงทำงานได้ดี แต่ถ้าเทคโนโลยีทางด้านระบบอินเวอร์เตอร์ไม่มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 MPPT พอเมฆบังนิดนึงก็มืดหมดเลย เพราะมีแค่วงจรเดียว สิ่งนี้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ที่ไม่รู้ว่าวันไหนจะเปลี่ยนเทคโนโลยี เพราะตอนนี้แผงได้พัฒนาจาก 250 วัตต์ เป็นสามร้อยกว่า ปัจจุบันนิยมแผง 315 320 และ 325 วัตต์ และล่าสุดมีแผงที่พัฒนาไปถึง 425 วัตต์ อนาคตของแผงโซลาร์จะมีกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจจะไปถึง 1 พันวัตต์ต่อแผงก็เป็นไปได้

การที่แผงโซลาร์มีการพัฒนาตลอดเวลาจะทำให้เสี่ยงต่อปัญหาแผงตกรุ่นหรือไม่

                ต่อไปแผงโซลาร์อาจจะไม่ใช่แค่แผง PV  มันอาจจะเป็น folding เป็น thin film หรือเป็นแผงฟิล์มอื่นๆ ได้อีก ตอนนี้ Tesla ก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นฟิล์มครอบบนกระเบื้องหลังคา นั่นคือการพัฒนาด้านนวัตกรรม ถามว่าโรงงานนี้ใช้โซลาร์เซลล์ไปห้าปี เกิดแผงแตกขึ้นมา หรือต้องการขยายหลังคาออกไป แผงรุ่นที่ใช้เมื่อสามหรือห้าปีที่แล้ว กับแผงใหม่เป็นคนละเรื่อง โวลท์เตจมีคุณภาพไม่เท่ากัน ถ้าไม่มีระบบ 4 MPPT ก็ไม่สามารถเอาสิ่งที่แตกต่างเหล่านั้นเข้ามาใน MPPT เดียวกัน หรือกลุ่มเดียวกัน กรณีเกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นมา “หัวเว่ย” บอกไม่เป็นไร เขามี MPPT 4 ชุด สามารถรองรับได้ทั้งแผงรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแผงแบบไหนก็สามารถรับได้หมด

หากคิดจะติดตั้งโซลาร์เซลล์ผู้บริโภคควรพิจารณาถึงปัจจัยอะไรบ้าง

                การติดตั้งโซลาร์ต้องคำนึงถึงการใช้งานระยะยาว 20 ถึง 25 ปี การเลือกระบบโซลาร์ต้องมองเห็นอายุการพัฒนาว่ามีนวัตกรรมที่ต้องพัฒนา หรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ต้องดูคนในวงการโซลาร์ว่ามีผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตหน้าใหม่จำนวนมาก สิ่งที่ต้องเลือกคือความมั่นคงของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตแผง ผู้ผลิตอุปกรณ์ บริษัทผู้รับเหมา หรือดิเวลลอปเปอร์ ต้องมีความมั่นคงมากเพียงพอที่จะทำธุรกิจระยะยาว ทุกธนาคารถึงบอกว่าถ้าจะให้สินเชื่อต้องดูความมั่นคงของสินค้าและเทคโนโลยี ทั้งในส่วนของผู้สร้าง ผู้ประกอบ และผู้ติดตั้ง

แผงโซลาร์เซลล์ที่โพลีเทคโนโลยีนำเสนอให้กับลูกค้ามีการเจาะจงว่าเป็นแบรนด์ไหนหรือไม่

                ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ฉะนั้นเราจึงไม่เจาะจงว่าควรต้องเลือกใช้แบรนด์ไหน แต่เจาะจงว่าต้องเป็นท็อปเทียร์วัน คือการทำโซลาร์ ธนาคารเขาให้สินเชื่อกับผู้ลงทุนแต่ต้องมีเกณฑ์ว่าต้องอยู่ในท็อปเทียร์วัน คือบริษัทที่มีความแข็งแรง การเงินดี มีขีดความสามารถผลิตสินค้าได้เยอะ เป็นการดูจากความมั่นคง และคุณภาพ ซึ่งในระดับโลกก็มีการตั้งเกณฑ์ขึ้นมาว่าใครจะเป็นผู้ผลิตมีคุณภาพมาตรฐานที่อยู่ได้ 25 ปี ไม่เลิกรา ฉะนั้นบริษัทต้องมีความมั่นคง ถ้าหากบริษัทเลิกไปก่อน หรือเทคโนโลยีเปลี่ยนไปก่อน ใครจะรับประกัน ธนาคารจะมีขบวนการพิจารณา คือผลิตภัณฑ์ต้องดีมีคุณภาพมาตรฐาน โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวกำหนดว่ากำลังการผลิตในระยะยาวจะไม่ลดลงมากเกินไป

หมายความว่าเวลาใช้แผงโซลาร์นานๆ คุณภาพจะไม่เหมือนเดิม

                แผงโซลาร์มีจุดอ่อนว่าใช้ไปนานๆ คุณภาพจะลดลง ถ้าหากใช้งาน 1 ปีจะผลิตไฟฟ้าได้ลดลงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นสิบปีอาจลดลง 5 ถึง 10  เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่คุณภาพของแผง ที่มักเสื่อมจากความร้อน  แผงยิ่งร้อนมาก ประสิทธิภาพจะลดลง ฉะนั้นถ้าใช้ผลิตไฟฟ้านาน 20 ปี ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าอาจจะลดลง 20 เปอร์เซนต์ ถ้าใช้แผงโซลาร์ที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ฉะนั้นต้องผู้ติดตั้งแผงโซลาร์ ต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่เอามาใช้ 25 ปี ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสถียร การติดตั้งโซลาร์ที่ดีต้องทำให้คืนทุนได้เร็ว และไม่มีความเสียหายในการใช้งานระยะยาว

ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจโซลาร์เซลล์ตั้งแต่ห้าปีที่แล้วมาถึงวันนี้มองภาพธุรกิจนี้เป็นอย่างไร

ตอนนี้ระบบโซลาร์เซลล์กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนตื่นตัว พอตื่นตัวทั้งคนไทยและต่างชาติก็เข้ามาลงทุน  ทุกคนคาดว่ามันจะโต แต่ก็ยังไม่โตอย่างที่ประเมินกันไว้  ต่างจากประเทศอินเดียและจีนที่เขาทุ่มเต็มที่ ตอนนี้เขามีโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดมหึมาหลายร้อยกิกะวัตต์  เมืองไทยขยับช้าเพราะภาครัฐยังไม่มีการตัดสินใจที่ชัดเจนออกมา ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ต้องอดทนและทนอด

เหมือนกับระบบรถไฟฟ้า EV ระบบสถานีอัดประจุไฟฟ้า บ้านเรามีการพัฒนามาเรื่อยๆ คล้าย ๆ กัน ผมอยู่ทั้งในอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากเราทำโครงการเครือข่ายการชาร์จรถไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นการบุกเบิกธุรกิจที่เป็นเฟส 1 อีกเหมือนกัน โครงการนี้  “โพลีเทคโนโลยี” ร่วมกับ Greenlots บริษัท บีเอ็มดับเบิ้ลยู (ประเทศไทย) จำกัด เซ็นทรัล กรุ๊ป และบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ChargeNow เครือข่ายชาร์จรถไฟฟ้าสาธารณะ ที่ตั้งเป้าหมายจะมีสถานีปลั๊ก ไฮบริด (Charging Station ) จำนวน 50 สถานี  โดยตัวชาร์จจะมีให้บริการหัวชาร์จ AC ทั้งแบบ Type I และ Type II ภายในเครื่องเดียว ลูกค้าที่เข้าในโครงการ ChargeNow สามารถชาร์จรถยนต์ของตัวเองได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นใดหรือยี่ห้อใดก็ตาม

สถานีชาร์จที่โพลีเทคโนโลยีสร้างขึ้นมาเป็นระบบไหน

เมืองไทยเราเริ่มต้นรถไฟฟ้าที่ระบบปลั๊กอินไฮบริด เป็นรถกินไฟน้อย อยู่ในระดับไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ สถานีชาร์จทั้งหมดของเรายังเป็นแบบกระแสสลับ AC ไม่ว่าจะชาร์จเองที่บ้านหรือสถานีชาร์จจะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่า คือจะเร็วจะช้าขึ้นอยู่กับหัวชาร์จ ถ้าเป็นหัวชาร์จที่รถยนต์ให้มาจะใช้เวลาชาร์จประมาณหกชั่วโมง แต่ถ้าต่อไปเป็นรถแบบ BEV ที่ใช้ไฟฟ้าล้วนๆ ต้องใช้แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น อย่างรถ Tesla  หรือ Nissan leaf ที่ชาร์จครั้งหนึ่งวิ่งได้ 400 กม. ถ้าจ่ายภาษี FTA  อาจจะนำเข้ามาขายในไทยในราคาไม่ถึงสองล้าน  และถ้ารถจีนเข้ามาแล้วจ่ายภาษี FTA เหมือนกัน รถจีนบางรุ่นอาจจะมีราคาคันละไม่ถึงล้าน ถ้ารถกลุ่มนี้เข้ามามากๆ หัวชาร์จต้องมีการเพิ่มหัวจ่ายแบบ DC เข้ามาให้บริการลูกค้าให้ครบทุกรูปแบบ

มีโอกาสเป็นไปได้ไหมที่ตลาดรถไฟฟ้าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด

                นั่นเป็นเรื่องที่พยากรณ์ไม่ได้ แต่ว่าถ้าเกิดจริงจะเกิดอะไรขึ้น หากคนหันมาใช้รถไฟฟ้ากันหมด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือรัฐยังพยายามปกป้องอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเข้าสู่ยุคลำบาก ขณะนี้เราเป็นประเทศสุดท้ายที่ผลิตรถยนต์ internal combustion  ที่ยังเหลืออยู่ ญี่ปุ่นกับเรานี่โยงกัน  อนาคตข้างหน้าจะเดินยังไง  รัฐเองต้องตกลงตามเงื่อนไขในโลกที่ต้องส่งเสริมรถไฟฟ้า ทุกวันนี้จะเห็นค่ายรถและผู้ผลิตชิ้นส่วน สมาคมยานยนต์ พยายามปรับตัวมาสู่การผลิตรถไฟฟ้า  ทั้งหมดเป็นเรื่องเทคโนโลยีที่ต้องเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนจะไปบอกว่าห้ามก็ไม่ได้ เหมือนอย่างธนาคารตอนนี้ก็ใช้ระบบโอนเงินออนไลน์ ลดคนทำงาน การทำแบบนี้มันเป็นเพราะโลกกำลังถูกเปลี่ยนแปลง คนยุคนี้จะต้องปรับตัวอีกมากมาย ทีนี้จะบอกว่าจะไม่อยู่แบบนั้นก็ไม่ได้ ทุกอย่างบีบเข้ามา อย่าไปฝืนมัน แต่เราต้องปรับตัวให้เหมาะสมที่จะก้าวให้ทันยุค 4.0

โพลีเทคโนโลยีมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร

                เรานำความคิดเรื่องพวกนี้ไปบอกมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษามาช่วยทำระบบเทรนนิ่ง ฝึกอบรม ปรับตัวคนรุ่นเก่า คนที่ก้าวไม่ทันเทคโนโลยี ต้องกลับมาเรียนรู้ ปรับความคิดมาอยู่ในโลกการธุรกิจยุคใหม่ วันนี้ไม่มีการรอคอยกันแล้ว โพลีเทคโนโลยีตอนนี้มีทั้งโซลาร์ และอีวี ตลาดโซลาร์วันนี้อุปสรรคก็ยังมี ขณะเดียวกันโรงานและบ้านต่างๆ มีความต้องการที่จะลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า สิ่งที่เราทำให้แก่ผู้ที่ต้องการพลังงานจากโซลาร์ เราเป็น  solution provider เป็นองค์กรที่ทำวิศวกรรมมากว่าสี่สิบปี ทำให้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับค่ายคู่ค้าใหญ่ๆ อย่าง ปตท. เชฟรอน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องมีมาตรฐาน มีการทำงานที่เป็นระบบ การทำงานร่วมกับคู่ค้าที่ต้องการมาตรฐานที่สูงทำให้เราต้องทำงานบนระบบที่มีแผนงานชัดเจน ดำเนินการอย่างมืออาชีพ  ดังนั้นเมื่อเรานำแนวทางการทำท่อแก๊ส นำเอาการทำงานที่เป็นระบบมาพัฒนาการทำงานติดตั้งโซลาร์ให้เป็นระบบ ปรากฏว่าได้ผลดีมาก ลูกค้าอย่างเซ็นทรัลพลาซ่า  ทั้งเซ็นทรัลอุบลราชธานี โรบินสัน และฟิวเจอร์ปาร์ค  รังสิต ประทับใจในระบบที่เราทำ คือทำแล้วระบบเป็นไปตามกำหนด มีการรายงานครบทุกขั้นตอน ซึ่งตรงนี้คือจุดแข็งของเรา

ตลอดระยะเวลาสี่สิบปีบริษัทฯพร้อมที่จะรับความเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

อยู่ในวงการนี้ต้องมีความสามารถในการปรับตัวตลอดเวลา จากนี้ไปต้องพัฒนาไปทางด้านเอนเนอร์จี สตอเรจ

ที่กำลังพัฒนาไปสู่ระบบ metal battery เป็นแบตเตอรี่โลหะ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปี แต่ว่าคงพัฒนาไปทางนั้น หรืออาจจะพัฒนาไปทาง fuel cell battery ที่มาจากไฮโดรเจนและน้ำ ซึ่งวันนี้ยังไม่สรุปว่าจะเหมาะสมกับการนำมาใช้เป็นเอนเนอร์จี สตอเรจแค่ไหน ผมเคยทำระบบแบตเตอรี่ เอนเนอร์จี สตอเรจจากน้ำ โครงการนี้ก็ทำเมื่อสองสามปีก่อน คือใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์หรือจากลม ใช้ไฟฟ้ามาแยกน้ำให้เป็นไฮโดรเจนกับออกซิเจน แล้วนำไฮโดรเจนไปเก็บเป็นพลังงาน fuel cell  ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์ที่เข้ามาจะเปลี่ยนสภาพไฮโดรเจนเป็นไฮโดรคาร์บอนเพื่อเอาไปทำเอ็นจีวี (มีเทน) คาร์บอนไดออกไซด์ บวกไฮโดรเจนเท่ากับเป็นมีเทน แล้วนำไปทำ synthetic Natural gas โครงการนี้มีความเป็นไปได้ ขณะนี้การไฟฟ้าฯกำลังทดลองทำอยู่ อย่าลืมว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้ลิเธียม พรุ่งนี้ไม่ทราบเป็นอะไร

เอนเนอร์จี สตอเรจที่โพลีเทคโนโลยีทำเป็นรูปแบบไหน

เป็นระบบแบ็คอัพ เก็บไฟกลางวันไปใช้กลางคืน อันนี้เป็นแผนที่เราทำอยู่ เนื่องจากเรามีประสบการณ์มาหลายปีต่อไปต้องเอาไฟที่เก็บจากกลางวันไปใช้กลางคืน เพื่อตัดช่วงพีคของไฟลงมาอีก นี่คือประโยชน์ของระบบแบตเตอรี่ เก็บไฟกลางวันไปใช้กลางคืน แต่คงเก็บเอามาใช้ได้ไม่นานมากนัก  เพราะแบตเตอรี่ลิเธียมราคาแพงมาก และใช้ได้สองสามชั่วโมง  ถ้าอยากเก็บเพิ่มก็ต้องซื้อแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเป็นกิโลวัตต์อาวร์ การเก็บจะเป็นแทงก์เหมือนเก็บน้ำใส่ถัง ถังหนึ่ง ถังสอง ถังสาม ขยายไปเรื่อยๆ สำหรับเราเป็นผู้ทำระบบมากกว่า  เราไม่ได้เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่  ส่วนจะเลือกใช้แบตเตอรี่จากที่ไหนนั้น ตอนนี้กำลังคุยกับเบต้าอยู่  ณ เวลานี้สถานการณ์ของแบตเตอร์รี่ขึ้นอยู่กับภาษี ซึ่งยังสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ วันนี้รัฐอาจจะต้องคิดว่าจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร เพราะทุกสิ่งอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วมาก

บริษัทมีธุรกิจหลากหลายจะเน้นให้ความสำคัญธุรกิจไหนเป็นพิเศษ

                เราเติบโตมาบนพื้นฐานของการแบ่งไข่หลายตะกร้า ผมทำธุรกิจมาสี่สิบปี เชื่อในเรื่องความเปลี่ยนแปลงของการค้าทุกอย่างในโลก ไม่มีอะไรยั่งยืนตลอด ที่ผ่านมาเราแบ่งธุรกิจตะกร้าหนึ่งขายระบบออโตเมชั่น ซึ่งทำมาสี่สิบปีเป็นระบบคอนโทรล ต่อมาเป็นผู้รับเหมา เป็นผู้ทำโครงการ ทำระบบโซลูชั่นให้หมดเลย ทำเสร็จเราก็ติดตั้งเอ็นจีวี วางท่อแก๊ส คลังน้ำมัน เราเป็นผู้ทำระบบ จากนั้นก็ต่อยอดสู่ธุรกิจสร้างปั๊มเอ็นจีวี ดังนั้นเมื่อเราทำแผนกโซลาร์ย่อมสามารถนำวิธีการทำงานที่เป็นระบบมาใช้ได้อย่างลงตัว การที่เรามีธุรกิจหลากหลายเป็นผลจากการที่เราเติบโตมาด้วยความคิดที่ว่าแบ่งไข่หลายตะกร้าไม่ให้เกิดความเสี่ยง ฉะนั้นชื่อของโพลีเทคโนโลยีนั้นบ่งบอกขีดความสามารถขององค์กรเราชัดเจนอยู่แล้ว